'เปิดตำนาน Cid' ตัวละครสำคัญในโลกไฟนอลลแฟนตาซี
posted on 08 Aug 2009 14:06 by highwind in What-I-Like-and-Loveถ้าจะถามแฟน ๆ เกมไฟนอลแฟนตาซี คงปฏิเสธไม่ได้เลยว่าต้องมีชื่อของ "ซิด" (Cid) ได้รับการเสนอชื่อร่วมชิงชัยในฐานะเอกลักษณ์ของสุดยอดซีรีส์เกมภาษาเกมนี้ด้วยอย่างแน่นอน
ซิดปรากฏตัวครั้งแรกในไฟนอลแฟนตาซี 2 และจากนั้นก็มีส่วนร่วมมากบ้าง น้อยบ้างในไฟนอลแฟนตาซีภาคต่อ ๆ มาทุกภาค เขามักจะปรากฏตัวในฐานะชายผู้รอบรู้ หลงใหลคลั่งไคล้เครื่องยนตร์กลไกและศึกษาพวกมันอย่างชำนาญ จนสามารถให้คำแนะนำสำคัญ ๆ รวมทั้งสร้างสรรค์อุปกรณ์ล้ำสมัยมากมาย ซึ่งเรือเหาะ-สุดยอดพาหนะในฝันของโลกแฟนตาซีแห่งนี้-ก็ถูกคิดค้นโดยบุรุษผู้มากความสามารถผู้นี้นี่เอง
เรามาติดตามกันดูดีกว่าว่า เรื่องราวของซิดในแต่ละภาคนั้นเป็นอย่างไรกันบ้าง
Final Fantasy I - นักประดิษฐ์ผู้ล่วงลับ
ใน FFI เวอร์ชันดั้งเดิมไม่มีชื่อของซิดปรากฏอยู่เลย แต่สำหรับเวอร์ชัน "เหล้าเก่าในขวดใหม่" (Re-released) ของเครื่อง PS1 และ GBA สแควร์ได้เพิ่มเรื่องราวของเขาขึ้นมา โดยเราสามารถพบที่มาที่ไปของบุรุษนักประดิษฐ์คนนี้ได้ที่หมู่บ้านลูเฟเนีย (Lefenia) ซึ่งตามเนื้อเรื่องแล้วซิดมีฐานะเป็นบรรพบุรุษชาวลูเฟเนียน (Lufenian) แห่งนี้นี่แหละ
และแน่นอน...เขาคือผู้สร้างเรือเหาะแห่งตำนานที่เหล่าผู้กล้าค้นพบได้ในเกม
Final Fantasy II - นักเดินทางอิสระ
"ซิด" อดีตเป็นถึงอัศวินไวท์ไนท์แห่งอาณาจักฟินน์ เขาปลดเกษียณตัวเองก่อนกำหนดเพื่ออุทิศชีวิตทั้งหมดให้กับการเป็นนักบินเรือเหาะที่เขาฝันใฝ่
ซิดเปิดผับอยู่ที่เมืองพอฟต์ (Poft) คอยรับจ้างขับเรือเหาะรับส่งผู้คนระหว่างเมืองต่าง ๆ บุรุษผู้นี้มีบทบาทสำคัญในการให้การช่วยเหลือเหล่าตัวเอกทำลาย "'Dreadnaught" เรือรบของจักรวรรดิพาลาเมเกีย (Palamecia) ลงได้อย่างสิ้นซาก
น่าเสียดายที่เขาต้องจบชีวิตลงเพราะอาการบาดเจ็บจากพายุร้าย ก่อนตายเขาได้มอบเรือเหาะอันเป็นทั้งชีวิตของเขาให้กับพวกตัวเอกเพื่อใช้ในการเดินทางต่อไป
Final Fantasy III - นักประดิษฐ์สติเฟื่อง
"Cid Haze"-ตาแก่หนวดเฟิ้มที่ศึกษาการสร้างเรือเหาะจนเชี่ยวชาญ-เกิดที่หมู่บ้านคานาน (Canaan Village) เขาก้าวเข้ามามีบทบาทในเรื่องเพราะเส้นทางกลับบ้านถูกหินยักษ์ขวางกั้นทำให้ต้องติดอยู่ที่หมู่บ้านคาร์ซัส (Karzus) ที่นี่ซิดถูกคำสาปของจินน์ (Jinn) ให้กลายเป็นผีเฝ้าโรงแรม โชคดีที่กลุ่มตัวเอกเดินทางมาพบเข้าและเดินทางไปกำจัดจินน์ถอนคำสาปได้สำเร็จ
หลังจากรอดพ้นจากคำสาป ช่างตีเหล็กประจำหมู่บ้านคาร์ซัสได้ปรับปรุงเรือเหาะของซิดให้สามารถขับชนทำลายหน้าผาที่ปิดเส้นทางสู่หมู่บ้านคานาน แม้ซิดจะสามารถกลับบ้านได้ แต่มันก็แลกมาด้วยการระเบิดของเรือเหาะลำแรกที่ผู้กล้าจะได้พบในเกม
เมื่อกลับถึงบ้าน ซิดพบว่าภรรยาล้มป่วยลง กลุ่มตัวเอกตัดสินใจใช้ Elixir-ยาอายุวัฒนะ-ช่วยชีวิตภรรยาของเขา ซิดตอบแทนน้ำใจของกลุ่มตัวเอกด้วยการเปิดห้องลับให้เหล่านักรบหัวหอมวัยกระเตาะเข้าไปหยิบใช้ไอเทมในนั้นได้ตามต้องการ และยังแนะนำให้เหล่าผู้กล้าไปตามหากษัตริย์แห่งอาร์กาส-อาณาจักรที่เลื่องชื่อด้านเรือเหาะ-เพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องพาหนะชนิดใหม่ที่จะมีประโยชน์กับการผจญภัยของพวกเขา
และแล้ว...ด้วย "Time Gear"-สมบัติที่สืบทอดกันมายาวนานแห่งอาณาจักรอาร์กาส (ว่ากันว่าสร้างโดย Ancients)-ซิดก็ได้ปรับปรุง "Enterprise" เรือเดินสมุทรของโจรสลัดให้สามารถบินได้ ในที่สุดกลุ่มตัวเอกก็ได้รับรู้ว่าโลกที่แท้จริงนั้นมันกว้างใหญ่แค่ไหน
ช่วงท้ายของเกมที่เหล่าผู้กล้าแห่งแสงสว่างเข้าต่อกรกับ "ซานเด้" (Xande) ในการต่อสู้ครั้งสุดท้ายและกำลังตกเป็นฝ่ายเพลี่ยงเพลี่ยงพล้ำ, ซิดคือหนึ่งใน 5 ดวงจิตนอกเหนือไปจาก "เอลัส" Alus, "ซาราห์" Sarah, "เดช" Desch, และชายชราจากเมืองเอเมอร์ ที่ "โดก้า" (Doga) และ "อุนเน่" (Unne) ได้เรียกมาให้การช่วยเหลือเหล่าฮีโร่ของเราจนสามารถเอาชนะเมฆหมอกแห่งความมืดมิดได้ในที่สุด
Final Fantasy IV - วิศวกรผู้บ้าบิ่น
"Cid Pollendina" เกิดและอาศัยอยู่กับลูกสาวที่เมืองบารอน (Baron) เขาทำงานเป็นหัวหน้าวิศวกรประจำปราสาทของเมืองนี้ ซิดนำความรู้ของชาวจันทรา (Lunarian) มาคิดค้นวิธีการสร้างเรือเหาะและเป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังแสนยานุภาพอันน่าสะพรึงกลัวของ "กองบินปีกโลหิต" (Red Wings) แห่งอาณาจักรนี้ เขารักและเอ็นดู "Cecil Harvey" ผู้บัญชาหน่วยรบปีกโลหิตซึ่งเป็นตัวเอกของเรื่องเสมือนลูกแท้ ๆ ของตน และด้วยเหตุนี้ซิดจึงถูกจับเมื่อเซซิลตัดสินใจทรยศต่ออาณาจักร
หลังจากทราบถึงเหตุผลของการกระทำของเซซิลและสามารถหลบหนีออกมาได้ ซิดและ "Enterprise"-เรือเหาะของเขา-จึงเข้าต่อสู้กับความชั่วร้ายร่วมกับกลุ่มตัวเอก
สำหรับภาคนี้ บทบาทของซิดมีมีเพิ่มขึ้นอย่างมากเลยทีเดียว เขามักจะเข้ามาแก้ไขสถานการณ์แย่ ๆ ให้พวกตัวเอกเสมอ ๆ เข้าทำนอง "คิดอะไรไม่ออก...ต้องบอกซิด" ผมล่ะอดสงสัยไม่ได้จริง ๆ ว่าถ้าไม่มีซิดคนนี้ โลกคงไม่ได้กลับคืนสู่ความสงบสุขเป็นแน่
ด้วยความที่เป็นคนบ้างานจนไม่คำนึงถึงสุขภาพ ซิดจึงมักทำให้ลูกสาวและบรรดาเพื่อน ๆ ของเขาเป็นห่วงอยู่เสมอ ตัวอย่างวีรกรรมห่าม ๆ ของเขาได้แก่
-
ขับเรือเหาะเอนเทอร์ไพรส์ ที่สภาพแย่สุด ๆ จากโลกใต้บาดาลกลับบ้านเพื่อไปซ่อมแซมและพัฒนาให้มันบินข้ามทะเลลาวาได้
-
กระโดดลงจากเรือเหาะโดยไม่คิดหน้าคิดหลัง เพื่อระเบิดพลีชีพปิดทางไม่ให้พวกทหารของบารอนตามกลุ่มตัวเอกได้
-
มองการณ์ไกลถึงขนาดบอกลูกน้องล่วงหน้าให้ช่วยติดตั้งแขนจับเรือโฮเวอร์คราฟต์ให้กับเรือเหาะ
-
รอดชีวิตอย่างปาฏิหารย์ เมื่อตัวเอกไปพบเข้าซิดก็อุตส่าห์ลุกจากเตียงทั้ง ๆ ที่บาดเจ็บสาหัสเพื่อช่วยปรับแต่งเรือเหาะฟาลค่อน (Falcon) ให้สามารถบินข้ามทะเลแมกม่าได้
-
ฝืนสังขารอีกครั้งเพื่อปรับปรุงฟาลค่อนอีกรอบ ติดตั้งหัวสว่านเข้าที่เรือเหาะทำให้สามารถเจาะทะลุพื้น นำเหล่าตัวเอกกลับสู่พื้นดิน
นอกจากนี้ยังเป็นครั้งแรกที่ตัวละครคนนี้ได้กลายมาเป็นหนึ่งในกำลังรบที่ผู้เล่นสามารถเลือกใช้ อาวุธคู่ใจของเขาคือค้อนและขวานซึ่งมีพลังโจมตีสูง แต่ต้องระวังตรงที่ซิดไม่สามารถถือโล่ได้ (เพราะใช้อาวุธที่ถือ 2 มือ) ทำให้พลังป้องกันไม่สูงมาก เขามีอบิลิตี้เรียนรู้ (Study) เข้ามาทดแทนเวทมนต์ Scan ของจอมเวทมนต์ขาวที่ต้องใช้ MP
สำหรับคนที่รู้สึกว่ามีโอกาสใช้ซิดน้อยไปในเวอร์ชันดั้งเดิมนั้น Final Fantasy IV Advance คุณจะมีโอกาสได้ใช้ซิดอีกครั้งในช่วงท้ายเกมพร้อมกับอาวุธสุดยอดของเขา "Fiery Hammer"
Hey Cid! เพลงประจำตัวซิดภาคนี้ครับ
Final Fantasy V - หนอนหนังสือผู้ปราดเปรื่อง
"Cid Previa" ชายชราจากเมืองคาร์นัค (Karnak) ศึกษาเรื่องราวของ "คริสตัล"-แก้วผลึกที่มีพลังจากธรรมชาติทั้ง 4 ธาตุ-จนสามารถคิดค้นเครื่องมือที่ดึงเอาพลังงานจากคริสตัลมาใช้ แต่การกระทำดังกล่าวกลับเป็นการทำลายหินวิเศษลงส่งผลให้ความสมดุลของธรรมชาติพังทลาย โลกใกล้ถึงคราวดับสูญ
ซิดตัดสินใจจะหยุดเครื่องจักรทั้งหมดที่คาร์นัคทันทีที่รู้ว่าคริสตัลของเมือง Tycoon และ Worus ต้องแตกสลายไป แต่เขาถูกจับเสียก่อนและทำให้ได้พบกับกลุ่มตัวเอก เมื่อทั้งหมดมีเป้าหมายเดียวกันซิดจึงออกเดินทางไปกับเหล่าผู้กล้าเพื่อหยุดยั้งหายนะของโลก น่าเสียดายที่ความพยายามของซิดไม่เป็นผล คริสตัลก้อนสุดท้ายได้ถูกทำลายไป เขาเสียใจอย่างมากถึงขั้นยอมแพ้ คำพูดของ "มิด" (Mid)-หลานสาวของเขา-ได้เตือนสติและทำให้เขากลับมาเป็นซิดคุณตาผู้ไม่เคยย่นย่อต่ออุปสรรคคนเดิม
ซิดในภาคนี้คือนักปราชญ์ผู้ฉลาดปราดเปรื่อง เขาและมิดมักจะใช้เวลาอยู่ที่ห้องสมุดโบราณ (Ancient Libraly) ที่เต็มไปด้วยหนังสือนานาชนิด คอยให้คำปรึกษาแก่ตัวเอกในเรื่องต่าง ๆ ที่สำคัญพวกเขาช่วยกันค้นหาเรือเหาะโบราณที่หลับไหลอยู่เป็นเวลาอันยาวนานและซ่อมแซมมันจนใช้การได้อีกครั้ง ในตอนท้ายของเกมซิดได้พัฒนาเรือเหาะให้สามารถดำน้ำได้อีกด้วย
Final Fantasy VI - นักวิจัยมนต์อสูรผู้รักสงบ
"Cid del Norte Marguez" หัวหน้าทีมวิจัยเรื่องมนต์อสูร (Esper) ณ จักรวรรดิกัสโทร่า (Gestahl) ผู้สืบทอดสายเลือดโดยตรงของนักวิทยาศาสตร์ยุคโบราณ มีนิสัยอ่อนโยน รักดอกไม้และใฝ่ฝันที่จะใช้ความสามารถของตนสร้างความสุขให้โลกใบนี้
เป็นอีกครั้งที่ความรู้ของซิดถูกทำไปใช้ในทางที่ผิด เพราะการค้นพบของเขาที่ทำให้มนุษย์สามารถดึงเอาพลังจากมนต์อสูรมาใช้นั้นได้ก่อกำเนิดเผด็จการผู้เปี่ยมพลังเวทย์อันร้ายกาจนามว่า "เคฟก้า" (Kefka) รวมทั้งหุ่นยนต์เวทย์มนต์จำนวนมหาศาล ส่งผลให้อาณาจักรกัสโทร่ามีกำลังทหารที่เข้มแข็ง ทำสงครามขยายอาณาจักรและนำความเดือดร้อนมาสู่ประชาชนทุกหย่อมหญ้า
เมื่อความสามารถของตนทำให้แผ่นดินลุกเป็นไฟ ซิดจึงเข้าร่วมกับกลุ่มต่อต้านจักรวรรดิ (The Returners) และกลายมาเป็นไม้เบื่อไม้เมาของจักรวรรดิเรื่อยมา
หลังเหตุการณ์โลกถล่มจากฝีมือ "เคฟก้า" (Kefka) ซิดพบตัวเองอยู่ที่เกาะร้างพร้อมกับ "เซเลส เชียร์" (Celes Chere)-อดีตขุนพลหญิงแห่งจักรวรรดิ-ผู้ซึ่งซิดรักเธอเหมือนลูกสาว เธอบาดเจ็บอย่างหนักจากเหตุการณ์ณ์ดังกล่าว ซิดเองก็บาดเจ็บไม่น้อยแต่ก็คอยดูแลเธอตลอด 1 ปีเต็มจนเธอฟื้นคืนสติ สุขภาพของเขาแย่ลงอย่างมากหลังจากเซเลสหายป่วย ช่วงนี้ผู้เล่นจะได้รับโอกาสให้ทำหน้าที่เป็นนางพยาบาลรักษาอาการป่วยของเขา
ซิดจะเสียชีวิตหรือหายจากอาการบาดเจ็บแล้วเดินทางกลับสู่แผ่นดินใหญ่พร้อมกับเซเลส...ก็ขึ้นอยู่กับตัวคุณแล้วล่ะครับ
Final Fantasy VII - กัปตันเรือเหาะผู้พึ่งพาได้เสมอ
"Cid Highwind" เกิดและเติบโตที่ Rocket Town ชายผู้มีความฝันตั้งแต่เด็กว่าจะเป็นมนุษย์คนแรกที่ได้ขึ้นไปสำรวจอวกาศ เขาศึกษาเรื่องเครื่องยนต์กลไกลจนชำนาญเพื่อการเป็นสุดยอดนักบิน ความหวังของเขาเกือบจะเป็นจริงในยุคที่บริษัทชินระ (Shinra Company) ยังมองว่าโครงการด้านอวกาศเป็นสิ่งที่คุ้มค่า และได้กำหนดให้เขาเป็นนักบินประจำ Shinra No.26-จรวดรุ่นทดสอบเครื่องแรกที่เสร็จสมบูรณ์-แต่แล้วขณะที่ทุกอย่างกำลังไปได้ด้วยดี จรวดกำลังจะทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ซิดพบว่าชีร่า (Shera) วิศวกรสาวลูกมือของซิดยังคงตรวจความเรียบร้อยของถังออกซิเจนอยู่ภายในห้องเครื่องยนต์ เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากตัดสินใจยกเลิกการปล่อยตัวจรวดเพื่อช่วยชีวิตผู้ช่วยของเขา การปล่อยจรวดต้องเลื่อนออกไปอีกหกเดือน ต่อมาเมื่อชินระพบว่าพลังงานมาโค่ (Mako) เป็นสิ่งที่สร้างกำไรได้มากกว่า โครงการอวกาศก็ถูกพับเก็บไปพร้อม ๆ กับความฝันของซิดที่ต้องพังทลายลงไปด้วย ซิดโทษชีร่าว่าเป็นต้นเหตุ หลังเหตุการณ์ครั้งนี้ชีร่าจึงอุทิศชีวิตของเธอทำตามคำสั่งซิดเพื่อชดใช้ความผิดที่เธอได้ก่อขึ้นและหวังว่าสักวันซิดจะยกโทษให้เธอ
ซิดเข้ามามีบทบาทในเรื่องเมื่อตอนที่กลุ่มตัวเอกได้เดินทางมาถึง Rocket Town และเห็นเครื่องบินไทนี่บรองโก้ (Tiny Bronco) โดยบังเอิญ จึงไปขอยืมจากซิดผู้เป็นเจ้าของ และเป็นเวลาเดียวกับที่บริษัทชินระ-ซึ่งต้องการไทนี่บรองโก้เช่นกัน-ส่งพนักงานมาขโมยเครื่องบินสุดรักของซิด จึงเกิดการต่อสู้ขึ้น คลาวด์และพรรคพวกอาศัยช่วงเหตุณ์การชุลมุนขึ้นไทนี่บรองโก้เพื่อหลบหนี ซิดเองก็กระโดดขึ้นมาด้วย และเนื่องจากไม่มีที่ไปซิดจึงตัดสินใจเข้าร่วมกลุ่มกับพวกตัวเอก
แม้จะมีลักษณะภายนอกที่เป็นคนมุทะลุ ขี้โมโห กักขฬะ หยาบคาย แถมยังเข้ากลุ่มมาแบบตกกระไดพลอยโจร แต่จริง ๆ แล้ววิศวกรอัจฉริยะผู้นี้กลับเป็นคนที่จริงใจ พึ่งพาได้ มีความเป็นผู้นำ เขาจึงได้รับการยอมรับจากเพื่อนในกลุ่มและได้รับโหวตให้เป็นผู้นำของกลุ่มระหว่างที่คลาวด์กำลังตกอยู่ในภวังค์ไม่ได้สติ
ที่สำคัญเป็นตัวละครคนเดียวในกลุ่มที่วินเซนต์ยอมนอนร่วมห้องด้วย!!!
ในช่วงท้ายของเกม, บริษัทชินระได้นำ Shira No.26 มาบรรจุฮิวจ์มาทีเรีย (Hugh Materia) และยิงขึ้นไปหมายจะทำลาย "เมเทโอ" อุกกาบาตยักษ์ที่กำลังจะพุ่งชนโลก แต่การกระทำดังกล่าวนอกจากจะเป็นการทำลายความฝันของซิดแล้ว ยังไม่มีประโยชน์และทำให้ฮิวจ์มาทีเรียอันเป็นอีกหนึ่งหนทางสำคัญในการช่วยเหลือโลกต้องสูญสลายไปอีกด้วย ซิดและพรรคพวกจึงต้องขึ้นไปจัดการยึดฮิวจ์มาทีเรียกลับคืนมาให้จงได้
ซึ่งขณะที่ทุกอย่างกำลังเป็นไปตามแผนและซิดกำลังจะหลบหนีออกมาจากจรวดนั้น ถังออกซิเจนที่ติดตั้งได้ไม่เรียบร้อยนักก็ระเบิดมาทับขาของเขา บุรุษเลือดร้อนคนนี้จึงได้รู้ว่าแท้จริงแล้วเป็นชีร่าที่ช่วยชีวิตของเขาเอาไว้จากการถูกระเบิดกลางอวกาศเมื่อครั้งอดีต
ขณะที่ซิดกำลังสิ้นหวัง ผู้ช่วยสาวของเขาก็ปรากฏตัวออกมาและช่วยเหลือเขาไว้ได้อีกครั้ง ทั้งหมดสามารถหนีออกมาโดยยานกู้ชีพ ซิดกล่าวขอโทษชีร่าพร้อมกับนั่งมองห้วงอวกาศอันเวิ้งว้าง-ความฝันอันยาวนานของเขา-ที่เพิ่งกลายเป็นความจริง
ด้วยอาวุธที่ใช้คือหอก และมี Limit Break บางท่าเกี่ยวข้องกับการกระโดดและมังกรได้แก่ Boost jump, Hyper jump, Dragon และ Dragon drive อีกทั้งนามสกุล Highwind ของเขาก็ตรงกับนามสกุลของ Richard (FFII : Dawn of Souls) และ Kain (FFIV) ซึ่งทั้งคู่เป็น "อัศวินมังกร" (Dragoon) ดังนั้นถ้าอิงตามอาชีพ (Class) ดั้งเดิมในโลกของไฟนอลแฟนตาซีแล้วเราจะสามารถจัดอาชีพของซิดไว้เป็น Dragoon นั่นเอง
ซิดในภาคนี้จัดเป็นตัวละครที่ไว้วางใจได้คนหนึ่งเลยทีเดียว นอกจากความเท่สไตล์คุณลุงแล้ว ลิมิตเบครสุดยอดของเขา-Highwind-ก็ยอดเยี่ยมไม่แพ้ใคร และมักจะสร้างพลังทำลายอันมหาศาลให้เหล่าศัตรูอยู่เสมอ นอกจากนี้ขณะแข่งโจโคโบะที่สวนสนุกโกลด์ซอร์เซอร์ (Gold Saucer) ถ้าซิดอยากขอโอกาสแสดงฝีมือบ้างก็อย่าไปขัดใจเขานะครับ แล้วเราจะรู้ว่านอกจากจะบังคับเครื่องบินเก่งแล้ว ลีลาการขี่โจโคโบะของเขาก็เก่งไม่หยอกเหมือนกัน (ถ้าโจโคโบะของคุณเร็วพอ)
แม้ในตอนจบของเกมเรือเหาะไฮวินด์จะถูกทำลาย แต่ใน FFVII: AC ซิดกลับมาพร้อมกับเรือเหาะลำใหม่ที่ชื่อว่า "Sierra" เป็นชื่อที่ตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ชีร่า "ภรรยา" ของเขา
Cid's Theme เพลงประจำตัวของซิด เป็นเพลงที่ผมชอบมาก ฟังแล้วรู้สึกมีกำลังใจ
Cid Highwind ได้ไปปรากฏตัวอยู่ในโลกของ Kingdom Heart เกม Action-RPG ชื่อดังของ Square ด้วย เมื่อมีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นกับ "Hollow Bastion" บ้านเกิดของเขา เขาจึงใช้ความรู้เรื่องเครื่องยนต์สร้าง Gummi Ship แล้วหลบหนีมาที่เมือง Traverse Town พร้อมกับ Leon, Yuffie และ Aerith
บทบาทของซิดใน KH นั้นเป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน Gummi Ship เขาคอยให้คำแนะนำและขายชิ้นส่วนต่าง ๆ ของยานให้แก่เรา
Final Fantasy VIII - ผอ.ผู้สุขุมนุ่มลึก
ในอดีต "Cid Kramer" คือผู้ชายใจดี เขาอาศัยอยู่กับอีเดีย "Edea"-ภรรยาของตน-ด้วยชีวิตที่เรียบง่าย คอยดูแลเด็กกำพร้าจากที่ต่าง ๆ อยู่ที่บ้านริมชายทะเลอันเงียบสงบ แต่โชคชะตากลับเล่นตลกกับพวกเขาทั้งสองเมื่อแม่มดอัลติมีเซีย (Ultimecia) ได้ย้อนเวลากลับมายังสถานที่แห่งนี้ แม่มดร้ายซึ่งบาดเจ็บสาหัสจากการต่อสู้กับผู้กล้าในอนาคตได้ถ่ายทอดพลังอันชั่วร้ายไปให้กับอีเดียเพื่อรอคอยวันกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง
ชายปริศนาซึ่งต่อสู้กับอัลติมีเซียก็เดินทางตามมายังอดีตเช่นกัน เขาเล่าเรื่องราวทั้งหมดรวมทั้งที่เกี่ยวกับบาลามบ์การ์เดน (Balamb Garden) และกองกำลังพิเศษ (SeeD)-ที่ถูกก่อตั้งขึ้นในอนาคตเพื่อป้องกันภัยคุกคามจากแม่มด-ให้สองสามีภรรยาฟังแล้วเดินทางกลับโลกของตน เมื่อเหตุการณ์ทั้งหลายกระจ่างชัด อีเดียจึงรับรู้ได้ว่าเหลือเวลาอีกไม่นานที่ร่างกายของเธอจะถูกพลังของอัลติมีเซียเข้าครอบงำ เธอและซิดตัดสินใจที่จะก่อตั้งกองกำลังพิเศษตามคำบอกเล่าของชายปริศนาขึ้นมาเพื่อรับมือกับหายนะของโลกที่กำลังจะมาถึง
ซิดออกเดินทางเพื่อรวบรวมเงินทุนและหาผู้สนับสนุน ในที่สุดที่หลบภัยทั้ง 3 แห่งบนทวีปเซนทร่า (Centra) ก็ได้ถูกเปลี่ยนแปลงเป็นการ์เดน 3 หลัง มีชื่อตามสถานที่ตั้งได้แก่ Balamb, Galbadia และ Trabia Garden โดยซิดรับตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการของบาลามบ์การ์เด้นคอยฝึกฝนเด็กหนุ่มสาวผู้มีแววไว้สำหรับรับมือวิกฤตกาลที่ยังมาไม่ถึง
ว่ากันตามตรงแล้วซิดในภาคนี้มีภาพลักษณ์ที่ผิดไปจากซิดในไฟนอลภาคก่อน ๆ ค่อนข้างมาก เขาสุภาพ อ่อนโยนและอ่อนแอเกินกว่าจะมาเป็นผู้อำนวยการของการ์เดนอันเป็นถึงศูนย์ฝึกการสู้รบ ซึ่งจะสังเกตได้จากขณะเกิดความแตกแยกในการ์เด้นเขากลับหนีไปซ่อนตัว และเมื่อการต่อสู่ระหว่าง SeeDs กับแม่มดกำลังเข้าสู่จุดวิกฤตตัวของซิดเองกลับไม่กล้าตัดสินใจใด ๆ เพราะกลัวจะเป็นการทำร้ายอีเดียคนรักของเขา แถมยังโยนภาระทั้งหมดมาให้สคอลอีกด้วย
ซิด เครเมอร์ไม่ใช่ชายผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องยนต์ หรือเป็นวิศวกรอัจฉริยะถึงขนาดสร้างเรือเหาะ อย่างไรก็ตามเขาก็ศึกษาพื้นฐานโครงสร้างของการ์เด้นมากพอที่จะรู้ว่ามันสามารถบินได้และทำให้บาลามบ์การ์เด้นรอดพ้นการถูกทำลายด้วยมิสไซล์ไปได้อย่างเฉียดฉิว
แม้ผู้อำนายการโรงเรียนคนนี้ไม่ได้ชื่นชอบการเล่นการ์ดเกมมากนัก แต่เขากลับมีการ์ดหายากอยู่ในมือ หากท่านไม่อยากพลาด "การ์ดไซเฟอร์" อย่าลืมท้ามาสเตอร์ซิดเพื่อเล่นการ์ดเกมด้วยนะครับ
Final Fantasy IX - ราชาจอมเจ้าชู้
"Cid Fabool IX" ผู้ปกครองนครรัฐลินด์บลูม (Lindblum) เป็นเพื่อสนิทกับพ่อของเจ้าหญิงการ์เน็ต (Princess Garnet) แห่งอเล็กซานเดรีย (Alexandria) เธอรักและเคารพ "ลุง" ซิดเป็นอย่างมาก
ซิดเป็นคนฉลาดรอบคอบ เมื่อราชินีบราฮ์เน่ (Queen Brahne) เริ่มมีพฤติกรรมเปลี่ยนไปและนำกองทัพของอเล็กซานเดรียรุกรานอาณาจักรรอบข้าง เขาก็ตัดสินใจลงมือวางแผนให้กลุ่มทันทาลัส (Tantalus) ช่วยเหลือเจ้าหญิงการ์เนตโดยแสร้งทำเป็นการลักพาตัวเพื่อไม่ให้เกิดข้อพิพาธระหว่าง 2 อาณาจักร
นอกจากนี้เขานำความรู้ทางด้านเครื่องยนต์และเรือเหาะมาพัฒนาประเทศ ทำให้นครลินด์บลูมเจริญรุดหน้าไปได้อย่างรวดเร็ว
เพราะความเจ้าชู้แอบไปมีสัมพันธ์สวาทกับสาวในบาร์ ทำให้ซิดถูกฮิลด้า (Hilda) ผู้ซึ่งเป็นภรรยาขี้หึงของเขาและจอมเวทย์มือขมัง สาปให้กลายเป็น "Oglop" -สิ่งมีชีวิตรูปร่างคล้ายแมลง- แล้วจากไปพร้อมกับขับเรือเหาะฮิลด้าการ์เด้ 1 (Hilda Garde I) แห่งความภาคภูมิใจของซิดที่เพิ่งสร้างเสร็จหมาด ๆ ไปด้วย
แต่ความโชคร้ายของซิดยังไม่หมดแค่นั้น ความหวังดีแบบโง่ ๆ ของซีดาน (Zidane) ที่อยากหาทางแก้คำสาปให้ซิด กลับทำให้เขาเปลี่ยนจากแมลงกลายเป็นกบ (ระวังควีน่าไว้ให้ดี ๆ) ซึ่งส่งผลต่อการผจญภัยของตัวเอกเป็นอย่างมาก เพราะความยอดเยี่ยมและอัจฉริยภาพของเขาได้ถูกลดทอนให้น้อยลงเมื่ออยู่ในร่างนี้ จนทำให้ Hilda Garde II ไม่สามารถใช้การได้ ด้วยเหตุนี้การเดินทางของซีดานและพวกพ้องจึงต้องถูกเลื่อนออกไปโดยปริยาย
ในช่วงท้ายของเกมเมื่อซิดตามไปพบฮิลด้าที่ถูกคุจา (Kuja) จับตัวไว้ เธอได้คลายคำสาปให้ซิดหลังจากที่เขาสัญญากับเธอว่าจะเลิกเป็นคนเจ้าชู้ และทันทีที่กลับสู่ร่างเดิม, เขาก็สามารถสร้าง Hilda Gerden III เรือเหาะที่รวดเร็วและทรงประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งได้กลายมาเป็นกำลังสำคัญที่กลุ่มตัวเอกใช้ในการเดินทางตามล่าคุจาและเรียกความสงบสุขกลับคืนมาสู่โลกได้ในบั้นปลาย
Cid's Theme เพลงประจำตัวซิดภาคนี้ เป็นเพลงที่ทำดนตรีได้ยิ่งใหญ่อลังการสมฐานะจริง ๆ
Final Fantasy X - หัวหน้าเผ่าอัลเบดผู้ยึดถือเหตุและผล
"Cid" หัวหน้าของอัลเบด (Al Bhed) -ชนเผ่าแห่งโลกสปีร่าที่เชื่อมั่นในวิทยาการของตน- บิดาผู้ห้าวหาญของบราเธอร์ (Brother) และริคคุ (Rikku) แถมยังเป็นพี่ชายแท้ ๆ ของแม่ของยูน่า (Yuna) นางเอกของเรื่อง
เอกลักษณ์ของซิดภาคนี้เป็นชายรูปร่างแข็งแรงกำยำ หัวล้านโป๊งเหน่ง พูดจาเสียงดังโผงผาง นิสัยโดยรวมแล้วเป็นคนกล้าตัดสินใจ เข้มแข็งและยึดมั่นในหลักการของตน
และแม้จะไม่เคยพบหน้ากัน, แต่ลุงซิดก็ห่วงหลานสาวของตนไม่น้อยเลยทีเดียว
อัลเบดเป็นชนเผ่าที่ยึดเหตุผลทางวิทยาศาสตร์จึงไม่เชื่อฟังคำสอนของลัทธิเยวอน (Yevon) ที่ห้ามใช้เครื่องจักรทุกชนิด และพยายามพัฒนาอาวุธต่าง ๆ ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นเพื่อที่จะหาทางกำจัดซินตามแนวคิดของตน ซิดเองมองว่าการเดินทางแสวงบุญ (Pilgrimage) เพื่อปราบซิน (Sin) เป็นสิ่งไร้ค่า เขาจึงวางแผนลักพาตัวยูน่าและซัมมอนเนอร์ (Summoner) คนอื่น ๆ เพื่อป้องกันไม่ให้พวกเขาเหล่านั้นเดินทางไปสู่ความตายที่ไร้เหตุผล
ในตอนท้ายของเกมซิดได้พบกับ "ทีดัส" (Tidus), พลังจิตใจของเด็กหนุ่มคนนี้ได้ทำให้ซิดเกิดความรู้สึกเชื่อมั่นในการเดินทางของยูน่า เขาจึงตัดสินใจใช้เรือเหาะโบราณ "ฟาเรนไฮต์" (Fahrenheit) -ที่ซิดค้นพบและนำมายกเครื่องมันใหม่ให้ไม่เพียงแต่ใช้การได้ ยังใหญ่โต หรูหราทันสมัย แถมยังติดตั้งมิสไซร์และปืนใหญ่เลเซอร์ไว้อีกด้วย- คอยอำนวยความสะดวกกลุ่มตัวเอกในการเดินทางที่เหลือ
Final Fantasy XII - บุรุษผู้ต้องการนำประวัติศาสตร์กลับคืนสู่มือมนุษย์
ซิดในไฟนอลแฟนตาซีที่ผ่าน ๆ มาไม่ว่าจะเป็นตัวละครสำคัญหรือตัวประกอบก็ตาม สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันทุกภาคก็คือล้วนแต่เป็นบุคคลที่คอยให้การช่วยเหลือกลุ่มตัวเอกในการทำลายความชั่วร้ายและนำความสงบสุขมาสู่โลกมนุษย์ทั้งสิ้น แต่ในไฟนอลแฟนตาซี 12 -ภาคแรกของซีรีส์ไฟนอลที่ได้ 40 คะแนนเต็มจากแฟมิซือ- นั้น ซิดมีบทบาทที่แตกต่างออกไปจากเดิมอย่างมาก นั่นก็คือหันมารับบทเป็นวายร้ายอย่างเต็มตัว
"ด็อกเตอร์ซิด" มีชื่อเต็มว่า "ซิดอลฟัส เดเมน บูนานซ่า" (Cidolfus Demen Bunansa) เขาคือนักวิทยาศาสตร์ผู้ปราดเปรื่องของอาณาจักรอาร์เคเดียส อีกทั้งยังเป็นสามีและบิดาที่ดีของครอบครัว แต่นั่นเป็นเรื่องราวก่อนที่ซิดจะได้พบกับ "เวนาท" (Venat) หนึ่งใน "ออคคิวเรีย" (Occuria: เหล่าทวยเทพที่คอยควบคุมอดีต ปัจจุบัน และอนาคตของมวลมนุษย์ให้เป็นไปตามทิศทางที่พวกออคคิวเรียคิดว่าควรจะเป็นด้วยการแทรกแซงเหตุการณ์ต่าง ๆ บนโลกตามความเหมาะสม) ที่เบื่อหน่ายความเป็นไปของโลกอิวาลิซอันคาดเดาได้ จึงตัดสินใจทรยศพวกพ้องตัวเองด้วยการนำความจริงมาบอกกล่าวให้กับมนุษย์ทราบ ซึ่งมนุษย์คนแรกที่ได้รับทราบเรื่องราวอันน่าหวาดหวั่นคนนั้นก็คือหัวหน้าศูนย์วิจัยดราร์คลอร์ (Draklor Laboratory) ผู้นี้นี่เอง
แทนที่จะตื่นตระหนกกับความจริงอันน่าเจ็บใจที่ว่ามนุษย์หาได้เป็นผู้กำหนดชะตากรรมของตัวเองไม่ ด็อกเตอร์ซิดกลับเลือกที่ทำในสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น เขาค้นคว้าเรื่อง "ศิลาเวทย์มนต์" (Nethicite) อย่างบ้าคลั่ง หมกมุ่น และเอาเป็นเอาตาย จนทราบถึงที่มาที่ไปและวิธีการนำมันมาใช้ตลอดจนสามารถผลิต "ศิลาเทียม" ออกมาใช้ได้ ซึ่งผลของมันก็คือความก้าวหน้าทางด้านพลังทหารของอาณาจักรอาร์เคเดียสที่น่าประหวั่นพรั่นพรึงไปทั่ว แลกมากับตัวตนเดิมอันอบอุ่นของเขาที่ค่อย ๆ เลือนหายไป
นี่เองคือสาเหตุที่ "ฟามราน" (Ffamran) ลูกชายของด็อกเตอร์ซิดตัดสินใจหันหลังให้เขา ทิ้งตระกูลบูนานซ่าไว้ในอดีต แล้วออกเดินทางเป็นสลัดอวกาศภายใต้ชื่อ "บัลเธียร์" (Balthier) นั่นเอง
อดีต ปัจจุบัน และอนาคตย่อมขึ้นกับการกระทำของมนุษย์ ไม่ควรเกิดจากการควบคุมครอบงำโดยสิ่งใด นี่คือสิ่งที่ด็อกเตอร์ซิดเชื่อมั่นและยึดถือมาตลอด เขาจึงวางแผนล่อลวงให้ "อาเช่" นำทางไปสู่แหล่งกำเนิดของศิลาเวทย์มนต์ เพื่อที่จะหาโอกาสครอบครองพลังอันมหาศาลเหล่านั้นไว้กับตัวแล้วนำมันมาทำลายออคคิวเรียเสียเองให้สาสมกับความเหิมเกริมริอาจควบคุมกงล้อของประวัติศาสตร์
การนำสิ่งที่พระเจ้าเคยใช้ควบคุมมนุษย์มาปลดปล่อยมนุษย์ให้เป็นไทแบบลักลั่นย้อนแย้งสุด ๆ คือเป้าหมายที่แท้จริงของชายผู้นี้
น่าเสียดายที่บุรุษวัยใกล้แซยิดอย่างซิดมีฝีมือการต่อสู้ที่ไม่ได้สูงส่งมากมายเท่าใดนัก ต่อให้เรียกมนต์อสูรและอาศัยพลังของศิเวทย์มนต์แล้วก็รับมือเหล่าตัวเอกที่ทั้งหนุ่มทั้งแน่นไม่ไหว แผนการของซิดจึงต้องถูกล้มพับไปโดยปริยาย
โดยส่วนตัวแล้ว รู้สึกว่าซิดกับบทบาทตัวร้ายในไฟนอลภาคนี้ถือเป็นตัวละครที่มีเสน่ห์ไม่แพ้ซิดจากภาคอื่น ๆ เลยครับ
Final Fantasy Tactics - เทพนักรบสายฟ้าฟาด
ย้อนกลับไปก่อนที่เรื่องราวการเดินทางของ "แรมซ่า" (Ramza) ในไฟนอลแทคทิคส์จะถือกำเนิด, กรณีพิพาทระหว่างสองดินแดนใกล้เคียง ได้แก่ "อิวาลิซ" (Ivalice) กับ "ออร์ดาเลีย" (Ordalia) ได้กลายมาเป็นสงครามที่ยืดเยื้อยาวนานจนมีการขนานนามเหตุการณ์ครั้งนั้นตามจำนวนปีที่การสู้รบดำเนินทั้งหมดว่า "สงครามครึ่งศตวรรษ" (The Fifty Year War)
และแม้ว่าอิวาลิซที่เป็นผู้ประกาศสงครามต่อออร์ดาเลียในเบื้องแรกจะเป็นฝ่ายยอมยุติสงครามเสียเอง แต่เพราะความน่าเกรงขามของสอง "อัศวินคู่บัลลังค์เหนือ-ใต้แห่งอิวาลิซ" อย่าง "บาลเบนส์ บีโอวูล์ฟ" (Balbanes Beoulve, บิดาบังเกิดเกล้าของแรมซ่า) และ "ซิดอลฟัส โอร์ลันดู" (Cidolfas Orlandu) ทำให้การเจรจาสงบศึกเป็นไปด้วยดีและผู้คน ณ ดินแดนแห่งนี้จึงรอดพ้นจากสถานะผู้แพ้สงคราม
ซิดเป็นบุรุษผู้เพียบพร้อมทั้งฐานะอันสูงส่ง จิตใจที่ดีงามยึดถือความถูกต้อง และเต็มไปด้วยความยอดเยี่ยมในการต่อสู้อย่างแท้จริง เขาคือผู้ชายคนเดียวที่บาลเบนส์นับถือเป็นเพื่อนอย่างบริสุทธิ์ใจ ทุกครั้งที่มีการสู้รบ, ชายผู้นี้จะควงเอ็กซ์คาลิเบอร์เข้าห้ำหั่นศัตรูด้วยวิชาดาบศักดิ์สิทธิ์อย่างห้าวหาญและไร้ซึ่งความลังเล ผู้คนต่างตั้งฉายาอันแสดงถึงความเกรี้ยวกราดในสนามรบของเขาว่า "เทพนักรบสายฟ้าฟาด" (Thunder God Cid, T.G. Cid)
หลังสงคราม 50 ปีสิ้นสุดลง ซิดยังคงดำรงตำแหน่งอัศวินผู้สูงศักดิ์ คอยปกปักษ์รักษาสันติสุขของอิวาลิซภายใต้การบังคับบัญชาของ "กอลทาน่า" (Golthana, Prince of Ivalice) มาโดยตลอด
ต่อมาซิดได้รับรู้ความจริงถึงแผนการร้ายของศาสนจักรที่เขาเคยนับถือ เขาเกือบเอาชีวิตไม่รอด แต่ด้วยการช่วยเหลือของแรมซ่า และ "โอลัน" (Olan Durai, บุตรบุญธรรมของซิด) เทพสายฟ้าจึงรอดพ้นจากการถูกประหารชีวิตโดยไร้ความผิดและตัดสินใจมอบ "ศิลาราศีตุล" (Libra Stone, มรดกตกทอดแห่งตระกูลโอร์ลันดู) ให้แรมซ่ารวมทั้งเข้าร่วมกับกลุ่มกับตัวเอกในที่สุด
ซิดในภาคนี้เป็นตัวละครที่ผู้เล่นสามารถบังคับได้ภายหลังจาก charpter 4 ของตัวเกม ซึ่งผมเชื่อว่าในชุดลุยดรีมทีมของแฟน ๆ ไฟนอลแทคทิคส์ทุกคนจะต้องมีชื่อของคนผู้นี้อยู่ด้วยอย่างแน่นอน
ซิดมีเพลงดาบดี ๆ มากมาย สเตตัสที่เหนือล้ำกว่าตัวละครเกือบทุกตัวในเกม ที่สำคัญยังพกพาดาบเอ็กซ์คาลิเบอร์ซึ่งติดตั้งสเตตัส "เร่งความเร็ว" (Haste)ให้กับตัวละครโดยอัตโนมัติ (โกงมาก ๆ)
สำหรับผมแล้ว การมีอยู่กับการไม่มีอยู่ของซิด แตกต่างกันมากถึงขนาดที่อาจบ่งบอกถึงโอกาสแพ้-ชนะในการต่อสู้ได้เลยทีเดียว





