ถ้าจะถามแฟน ๆ เกมไฟนอลแฟนตาซี คงปฏิเสธไม่ได้เลยว่าต้องมีชื่อของ "ซิด" (Cid) ได้รับการเสนอชื่อร่วมชิงชัยในฐานะเอกลักษณ์ของสุดยอดซีรีส์เกมภาษาเกมนี้ด้วยอย่างแน่นอน

ซิดปรากฏตัวครั้งแรกในไฟนอลแฟนตาซี 2 และจากนั้นก็มีส่วนร่วมมากบ้าง น้อยบ้างในไฟนอลแฟนตาซีภาคต่อ ๆ มาทุกภาค เขามักจะปรากฏตัวในฐานะชายผู้รอบรู้ หลงใหลคลั่งไคล้เครื่องยนตร์กลไกและศึกษาพวกมันอย่างชำนาญ จนสามารถให้คำแนะนำสำคัญ ๆ รวมทั้งสร้างสรรค์อุปกรณ์ล้ำสมัยมากมาย ซึ่งเรือเหาะ-สุดยอดพาหนะในฝันของโลกแฟนตาซีแห่งนี้-ก็ถูกคิดค้นโดยบุรุษผู้มากความสามารถผู้นี้นี่เอง

เรามาติดตามกันดูดีกว่าว่า เรื่องราวของซิดในแต่ละภาคนั้นเป็นอย่างไรกันบ้าง

 

Final Fantasy I - นักประดิษฐ์ผู้ล่วงลับ

ใน FFI เวอร์ชันดั้งเดิมไม่มีชื่อของซิดปรากฏอยู่เลย แต่สำหรับเวอร์ชัน "เหล้าเก่าในขวดใหม่" (Re-released) ของเครื่อง PS1 และ GBA สแควร์ได้เพิ่มเรื่องราวของเขาขึ้นมา โดยเราสามารถพบที่มาที่ไปของบุรุษนักประดิษฐ์คนนี้ได้ที่หมู่บ้านลูเฟเนีย (Lefenia) ซึ่งตามเนื้อเรื่องแล้วซิดมีฐานะเป็นบรรพบุรุษชาวลูเฟเนียน (Lufenian) แห่งนี้นี่แหละ

และแน่นอน...เขาคือผู้สร้างเรือเหาะแห่งตำนานที่เหล่าผู้กล้าค้นพบได้ในเกม

Final Fantasy II - นักเดินทางอิสระ  

"ซิด" อดีตเป็นถึงอัศวินไวท์ไนท์แห่งอาณาจักฟินน์ เขาปลดเกษียณตัวเองก่อนกำหนดเพื่ออุทิศชีวิตทั้งหมดให้กับการเป็นนักบินเรือเหาะที่เขาฝันใฝ่

ซิดเปิดผับอยู่ที่เมืองพอฟต์ (Poft) คอยรับจ้างขับเรือเหาะรับส่งผู้คนระหว่างเมืองต่าง ๆ บุรุษผู้นี้มีบทบาทสำคัญในการให้การช่วยเหลือเหล่าตัวเอกทำลาย "'Dreadnaught" เรือรบของจักรวรรดิพาลาเมเกีย (Palamecia) ลงได้อย่างสิ้นซาก 

น่าเสียดายที่เขาต้องจบชีวิตลงเพราะอาการบาดเจ็บจากพายุร้าย ก่อนตายเขาได้มอบเรือเหาะอันเป็นทั้งชีวิตของเขาให้กับพวกตัวเอกเพื่อใช้ในการเดินทางต่อไป

Final Fantasy III - นักประดิษฐ์สติเฟื่อง 

 

"Cid Haze"-ตาแก่หนวดเฟิ้มที่ศึกษาการสร้างเรือเหาะจนเชี่ยวชาญ-เกิดที่หมู่บ้านคานาน (Canaan Village) เขาก้าวเข้ามามีบทบาทในเรื่องเพราะเส้นทางกลับบ้านถูกหินยักษ์ขวางกั้นทำให้ต้องติดอยู่ที่หมู่บ้านคาร์ซัส (Karzus) ที่นี่ซิดถูกคำสาปของจินน์ (Jinn) ให้กลายเป็นผีเฝ้าโรงแรม โชคดีที่กลุ่มตัวเอกเดินทางมาพบเข้าและเดินทางไปกำจัดจินน์ถอนคำสาปได้สำเร็จ

 

หลังจากรอดพ้นจากคำสาป ช่างตีเหล็กประจำหมู่บ้านคาร์ซัสได้ปรับปรุงเรือเหาะของซิดให้สามารถขับชนทำลายหน้าผาที่ปิดเส้นทางสู่หมู่บ้านคานาน แม้ซิดจะสามารถกลับบ้านได้ แต่มันก็แลกมาด้วยการระเบิดของเรือเหาะลำแรกที่ผู้กล้าจะได้พบในเกม

เมื่อกลับถึงบ้าน ซิดพบว่าภรรยาล้มป่วยลง กลุ่มตัวเอกตัดสินใจใช้ Elixir-ยาอายุวัฒนะ-ช่วยชีวิตภรรยาของเขา ซิดตอบแทนน้ำใจของกลุ่มตัวเอกด้วยการเปิดห้องลับให้เหล่านักรบหัวหอมวัยกระเตาะเข้าไปหยิบใช้ไอเทมในนั้นได้ตามต้องการ และยังแนะนำให้เหล่าผู้กล้าไปตามหากษัตริย์แห่งอาร์กาส-อาณาจักรที่เลื่องชื่อด้านเรือเหาะ-เพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องพาหนะชนิดใหม่ที่จะมีประโยชน์กับการผจญภัยของพวกเขา

และแล้ว...ด้วย "Time Gear"-สมบัติที่สืบทอดกันมายาวนานแห่งอาณาจักรอาร์กาส (ว่ากันว่าสร้างโดย Ancients)-ซิดก็ได้ปรับปรุง "Enterprise" เรือเดินสมุทรของโจรสลัดให้สามารถบินได้ ในที่สุดกลุ่มตัวเอกก็ได้รับรู้ว่าโลกที่แท้จริงนั้นมันกว้างใหญ่แค่ไหน

 

ช่วงท้ายของเกมที่เหล่าผู้กล้าแห่งแสงสว่างเข้าต่อกรกับ "ซานเด้" (Xande) ในการต่อสู้ครั้งสุดท้ายและกำลังตกเป็นฝ่ายเพลี่ยงเพลี่ยงพล้ำ, ซิดคือหนึ่งใน 5 ดวงจิตนอกเหนือไปจาก "เอลัส" Alus, "ซาราห์" Sarah, "เดช" Desch, และชายชราจากเมืองเอเมอร์ ที่ "โดก้า" (Doga) และ "อุนเน่" (Unne) ได้เรียกมาให้การช่วยเหลือเหล่าฮีโร่ของเราจนสามารถเอาชนะเมฆหมอกแห่งความมืดมิดได้ในที่สุด

Final Fantasy IV - วิศวกรผู้บ้าบิ่น

 

"Cid Pollendina" เกิดและอาศัยอยู่กับลูกสาวที่เมืองบารอน (Baron) เขาทำงานเป็นหัวหน้าวิศวกรประจำปราสาทของเมืองนี้ ซิดนำความรู้ของชาวจันทรา (Lunarian) มาคิดค้นวิธีการสร้างเรือเหาะและเป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังแสนยานุภาพอันน่าสะพรึงกลัวของ "กองบินปีกโลหิต" (Red Wings) แห่งอาณาจักรนี้ เขารักและเอ็นดู "Cecil Harvey" ผู้บัญชาหน่วยรบปีกโลหิตซึ่งเป็นตัวเอกของเรื่องเสมือนลูกแท้ ๆ ของตน และด้วยเหตุนี้ซิดจึงถูกจับเมื่อเซซิลตัดสินใจทรยศต่ออาณาจักร

หลังจากทราบถึงเหตุผลของการกระทำของเซซิลและสามารถหลบหนีออกมาได้ ซิดและ "Enterprise"-เรือเหาะของเขา-จึงเข้าต่อสู้กับความชั่วร้ายร่วมกับกลุ่มตัวเอก

สำหรับภาคนี้ บทบาทของซิดมีมีเพิ่มขึ้นอย่างมากเลยทีเดียว เขามักจะเข้ามาแก้ไขสถานการณ์แย่ ๆ ให้พวกตัวเอกเสมอ ๆ เข้าทำนอง "คิดอะไรไม่ออก...ต้องบอกซิด" ผมล่ะอดสงสัยไม่ได้จริง ๆ ว่าถ้าไม่มีซิดคนนี้ โลกคงไม่ได้กลับคืนสู่ความสงบสุขเป็นแน่

ด้วยความที่เป็นคนบ้างานจนไม่คำนึงถึงสุขภาพ ซิดจึงมักทำให้ลูกสาวและบรรดาเพื่อน ๆ ของเขาเป็นห่วงอยู่เสมอ ตัวอย่างวีรกรรมห่าม ๆ ของเขาได้แก่

  • ขับเรือเหาะเอนเทอร์ไพรส์ ที่สภาพแย่สุด ๆ จากโลกใต้บาดาลกลับบ้านเพื่อไปซ่อมแซมและพัฒนาให้มันบินข้ามทะเลลาวาได้
  • กระโดดลงจากเรือเหาะโดยไม่คิดหน้าคิดหลัง เพื่อระเบิดพลีชีพปิดทางไม่ให้พวกทหารของบารอนตามกลุ่มตัวเอกได้
  • มองการณ์ไกลถึงขนาดบอกลูกน้องล่วงหน้าให้ช่วยติดตั้งแขนจับเรือโฮเวอร์คราฟต์ให้กับเรือเหาะ
  • รอดชีวิตอย่างปาฏิหารย์ เมื่อตัวเอกไปพบเข้าซิดก็อุตส่าห์ลุกจากเตียงทั้ง ๆ ที่บาดเจ็บสาหัสเพื่อช่วยปรับแต่งเรือเหาะฟาลค่อน (Falcon) ให้สามารถบินข้ามทะเลแมกม่าได้
  • ฝืนสังขารอีกครั้งเพื่อปรับปรุงฟาลค่อนอีกรอบ ติดตั้งหัวสว่านเข้าที่เรือเหาะทำให้สามารถเจาะทะลุพื้น นำเหล่าตัวเอกกลับสู่พื้นดิน

นอกจากนี้ยังเป็นครั้งแรกที่ตัวละครคนนี้ได้กลายมาเป็นหนึ่งในกำลังรบที่ผู้เล่นสามารถเลือกใช้ อาวุธคู่ใจของเขาคือค้อนและขวานซึ่งมีพลังโจมตีสูง แต่ต้องระวังตรงที่ซิดไม่สามารถถือโล่ได้ (เพราะใช้อาวุธที่ถือ 2 มือ) ทำให้พลังป้องกันไม่สูงมาก เขามีอบิลิตี้เรียนรู้ (Study) เข้ามาทดแทนเวทมนต์ Scan ของจอมเวทมนต์ขาวที่ต้องใช้ MP

สำหรับคนที่รู้สึกว่ามีโอกาสใช้ซิดน้อยไปในเวอร์ชันดั้งเดิมนั้น Final Fantasy IV Advance คุณจะมีโอกาสได้ใช้ซิดอีกครั้งในช่วงท้ายเกมพร้อมกับอาวุธสุดยอดของเขา "Fiery Hammer"

 Hey Cid! เพลงประจำตัวซิดภาคนี้ครับ

Final Fantasy V - หนอนหนังสือผู้ปราดเปรื่อง

 

"Cid Previa" ชายชราจากเมืองคาร์นัค (Karnak) ศึกษาเรื่องราวของ "คริสตัล"-แก้วผลึกที่มีพลังจากธรรมชาติทั้ง 4 ธาตุ-จนสามารถคิดค้นเครื่องมือที่ดึงเอาพลังงานจากคริสตัลมาใช้ แต่การกระทำดังกล่าวกลับเป็นการทำลายหินวิเศษลงส่งผลให้ความสมดุลของธรรมชาติพังทลาย โลกใกล้ถึงคราวดับสูญ

ซิดตัดสินใจจะหยุดเครื่องจักรทั้งหมดที่คาร์นัคทันทีที่รู้ว่าคริสตัลของเมือง Tycoon และ Worus ต้องแตกสลายไป แต่เขาถูกจับเสียก่อนและทำให้ได้พบกับกลุ่มตัวเอก เมื่อทั้งหมดมีเป้าหมายเดียวกันซิดจึงออกเดินทางไปกับเหล่าผู้กล้าเพื่อหยุดยั้งหายนะของโลก น่าเสียดายที่ความพยายามของซิดไม่เป็นผล คริสตัลก้อนสุดท้ายได้ถูกทำลายไป เขาเสียใจอย่างมากถึงขั้นยอมแพ้ คำพูดของ "มิด" (Mid)-หลานสาวของเขา-ได้เตือนสติและทำให้เขากลับมาเป็นซิดคุณตาผู้ไม่เคยย่นย่อต่ออุปสรรคคนเดิม

 

ซิดในภาคนี้คือนักปราชญ์ผู้ฉลาดปราดเปรื่อง เขาและมิดมักจะใช้เวลาอยู่ที่ห้องสมุดโบราณ (Ancient Libraly) ที่เต็มไปด้วยหนังสือนานาชนิด คอยให้คำปรึกษาแก่ตัวเอกในเรื่องต่าง ๆ ที่สำคัญพวกเขาช่วยกันค้นหาเรือเหาะโบราณที่หลับไหลอยู่เป็นเวลาอันยาวนานและซ่อมแซมมันจนใช้การได้อีกครั้ง ในตอนท้ายของเกมซิดได้พัฒนาเรือเหาะให้สามารถดำน้ำได้อีกด้วย

Final Fantasy VI - นักวิจัยมนต์อสูรผู้รักสงบ

"Cid del Norte Marguez" หัวหน้าทีมวิจัยเรื่องมนต์อสูร (Esper) ณ จักรวรรดิกัสโทร่า (Gestahl) ผู้สืบทอดสายเลือดโดยตรงของนักวิทยาศาสตร์ยุคโบราณ มีนิสัยอ่อนโยน รักดอกไม้และใฝ่ฝันที่จะใช้ความสามารถของตนสร้างความสุขให้โลกใบนี้

เป็นอีกครั้งที่ความรู้ของซิดถูกทำไปใช้ในทางที่ผิด เพราะการค้นพบของเขาที่ทำให้มนุษย์สามารถดึงเอาพลังจากมนต์อสูรมาใช้นั้นได้ก่อกำเนิดเผด็จการผู้เปี่ยมพลังเวทย์อันร้ายกาจนามว่า "เคฟก้า" (Kefka) รวมทั้งหุ่นยนต์เวทย์มนต์จำนวนมหาศาล ส่งผลให้อาณาจักรกัสโทร่ามีกำลังทหารที่เข้มแข็ง ทำสงครามขยายอาณาจักรและนำความเดือดร้อนมาสู่ประชาชนทุกหย่อมหญ้า

เมื่อความสามารถของตนทำให้แผ่นดินลุกเป็นไฟ ซิดจึงเข้าร่วมกับกลุ่มต่อต้านจักรวรรดิ (The Returners) และกลายมาเป็นไม้เบื่อไม้เมาของจักรวรรดิเรื่อยมา

หลังเหตุการณ์โลกถล่มจากฝีมือ "เคฟก้า" (Kefka) ซิดพบตัวเองอยู่ที่เกาะร้างพร้อมกับ "เซเลส เชียร์" (Celes Chere)-อดีตขุนพลหญิงแห่งจักรวรรดิ-ผู้ซึ่งซิดรักเธอเหมือนลูกสาว เธอบาดเจ็บอย่างหนักจากเหตุการณ์ณ์ดังกล่าว ซิดเองก็บาดเจ็บไม่น้อยแต่ก็คอยดูแลเธอตลอด 1 ปีเต็มจนเธอฟื้นคืนสติ สุขภาพของเขาแย่ลงอย่างมากหลังจากเซเลสหายป่วย ช่วงนี้ผู้เล่นจะได้รับโอกาสให้ทำหน้าที่เป็นนางพยาบาลรักษาอาการป่วยของเขา

ซิดจะเสียชีวิตหรือหายจากอาการบาดเจ็บแล้วเดินทางกลับสู่แผ่นดินใหญ่พร้อมกับเซเลส...ก็ขึ้นอยู่กับตัวคุณแล้วล่ะครับ

Final Fantasy VII - กัปตันเรือเหาะผู้พึ่งพาได้เสมอ

"Cid Highwind" เกิดและเติบโตที่ Rocket Town ชายผู้มีความฝันตั้งแต่เด็กว่าจะเป็นมนุษย์คนแรกที่ได้ขึ้นไปสำรวจอวกาศ เขาศึกษาเรื่องเครื่องยนต์กลไกลจนชำนาญเพื่อการเป็นสุดยอดนักบิน ความหวังของเขาเกือบจะเป็นจริงในยุคที่บริษัทชินระ (Shinra Company) ยังมองว่าโครงการด้านอวกาศเป็นสิ่งที่คุ้มค่า และได้กำหนดให้เขาเป็นนักบินประจำ Shinra No.26-จรวดรุ่นทดสอบเครื่องแรกที่เสร็จสมบูรณ์-แต่แล้วขณะที่ทุกอย่างกำลังไปได้ด้วยดี จรวดกำลังจะทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ซิดพบว่าชีร่า (Shera) วิศวกรสาวลูกมือของซิดยังคงตรวจความเรียบร้อยของถังออกซิเจนอยู่ภายในห้องเครื่องยนต์ เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากตัดสินใจยกเลิกการปล่อยตัวจรวดเพื่อช่วยชีวิตผู้ช่วยของเขา การปล่อยจรวดต้องเลื่อนออกไปอีกหกเดือน ต่อมาเมื่อชินระพบว่าพลังงานมาโค่ (Mako) เป็นสิ่งที่สร้างกำไรได้มากกว่า โครงการอวกาศก็ถูกพับเก็บไปพร้อม ๆ กับความฝันของซิดที่ต้องพังทลายลงไปด้วย ซิดโทษชีร่าว่าเป็นต้นเหตุ หลังเหตุการณ์ครั้งนี้ชีร่าจึงอุทิศชีวิตของเธอทำตามคำสั่งซิดเพื่อชดใช้ความผิดที่เธอได้ก่อขึ้นและหวังว่าสักวันซิดจะยกโทษให้เธอ

ซิดเข้ามามีบทบาทในเรื่องเมื่อตอนที่กลุ่มตัวเอกได้เดินทางมาถึง Rocket Town และเห็นเครื่องบินไทนี่บรองโก้ (Tiny Bronco) โดยบังเอิญ จึงไปขอยืมจากซิดผู้เป็นเจ้าของ และเป็นเวลาเดียวกับที่บริษัทชินระ-ซึ่งต้องการไทนี่บรองโก้เช่นกัน-ส่งพนักงานมาขโมยเครื่องบินสุดรักของซิด จึงเกิดการต่อสู้ขึ้น คลาวด์และพรรคพวกอาศัยช่วงเหตุณ์การชุลมุนขึ้นไทนี่บรองโก้เพื่อหลบหนี ซิดเองก็กระโดดขึ้นมาด้วย และเนื่องจากไม่มีที่ไปซิดจึงตัดสินใจเข้าร่วมกลุ่มกับพวกตัวเอก

แม้จะมีลักษณะภายนอกที่เป็นคนมุทะลุ ขี้โมโห กักขฬะ หยาบคาย แถมยังเข้ากลุ่มมาแบบตกกระไดพลอยโจร แต่จริง ๆ แล้ววิศวกรอัจฉริยะผู้นี้กลับเป็นคนที่จริงใจ พึ่งพาได้ มีความเป็นผู้นำ เขาจึงได้รับการยอมรับจากเพื่อนในกลุ่มและได้รับโหวตให้เป็นผู้นำของกลุ่มระหว่างที่คลาวด์กำลังตกอยู่ในภวังค์ไม่ได้สติ

ที่สำคัญเป็นตัวละครคนเดียวในกลุ่มที่วินเซนต์ยอมนอนร่วมห้องด้วย!!!

ในช่วงท้ายของเกม, บริษัทชินระได้นำ Shira No.26 มาบรรจุฮิวจ์มาทีเรีย (Hugh Materia) และยิงขึ้นไปหมายจะทำลาย "เมเทโอ" อุกกาบาตยักษ์ที่กำลังจะพุ่งชนโลก แต่การกระทำดังกล่าวนอกจากจะเป็นการทำลายความฝันของซิดแล้ว ยังไม่มีประโยชน์และทำให้ฮิวจ์มาทีเรียอันเป็นอีกหนึ่งหนทางสำคัญในการช่วยเหลือโลกต้องสูญสลายไปอีกด้วย ซิดและพรรคพวกจึงต้องขึ้นไปจัดการยึดฮิวจ์มาทีเรียกลับคืนมาให้จงได้

ซึ่งขณะที่ทุกอย่างกำลังเป็นไปตามแผนและซิดกำลังจะหลบหนีออกมาจากจรวดนั้น ถังออกซิเจนที่ติดตั้งได้ไม่เรียบร้อยนักก็ระเบิดมาทับขาของเขา บุรุษเลือดร้อนคนนี้จึงได้รู้ว่าแท้จริงแล้วเป็นชีร่าที่ช่วยชีวิตของเขาเอาไว้จากการถูกระเบิดกลางอวกาศเมื่อครั้งอดีต

ขณะที่ซิดกำลังสิ้นหวัง ผู้ช่วยสาวของเขาก็ปรากฏตัวออกมาและช่วยเหลือเขาไว้ได้อีกครั้ง ทั้งหมดสามารถหนีออกมาโดยยานกู้ชีพ ซิดกล่าวขอโทษชีร่าพร้อมกับนั่งมองห้วงอวกาศอันเวิ้งว้าง-ความฝันอันยาวนานของเขา-ที่เพิ่งกลายเป็นความจริง

ด้วยอาวุธที่ใช้คือหอก และมี Limit Break บางท่าเกี่ยวข้องกับการกระโดดและมังกรได้แก่ Boost jump, Hyper jump, Dragon และ Dragon drive อีกทั้งนามสกุล Highwind ของเขาก็ตรงกับนามสกุลของ Richard (FFII : Dawn of Souls) และ Kain (FFIV) ซึ่งทั้งคู่เป็น "อัศวินมังกร" (Dragoon) ดังนั้นถ้าอิงตามอาชีพ (Class) ดั้งเดิมในโลกของไฟนอลแฟนตาซีแล้วเราจะสามารถจัดอาชีพของซิดไว้เป็น Dragoon นั่นเอง

ซิดในภาคนี้จัดเป็นตัวละครที่ไว้วางใจได้คนหนึ่งเลยทีเดียว นอกจากความเท่สไตล์คุณลุงแล้ว ลิมิตเบครสุดยอดของเขา-Highwind-ก็ยอดเยี่ยมไม่แพ้ใคร และมักจะสร้างพลังทำลายอันมหาศาลให้เหล่าศัตรูอยู่เสมอ นอกจากนี้ขณะแข่งโจโคโบะที่สวนสนุกโกลด์ซอร์เซอร์ (Gold Saucer) ถ้าซิดอยากขอโอกาสแสดงฝีมือบ้างก็อย่าไปขัดใจเขานะครับ แล้วเราจะรู้ว่านอกจากจะบังคับเครื่องบินเก่งแล้ว ลีลาการขี่โจโคโบะของเขาก็เก่งไม่หยอกเหมือนกัน (ถ้าโจโคโบะของคุณเร็วพอ)

แม้ในตอนจบของเกมเรือเหาะไฮวินด์จะถูกทำลาย แต่ใน FFVII: AC ซิดกลับมาพร้อมกับเรือเหาะลำใหม่ที่ชื่อว่า "Sierra" เป็นชื่อที่ตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ชีร่า "ภรรยา" ของเขา

Cid's Theme เพลงประจำตัวของซิด เป็นเพลงที่ผมชอบมาก ฟังแล้วรู้สึกมีกำลังใจ

 

 

Cid Highwind ได้ไปปรากฏตัวอยู่ในโลกของ Kingdom Heart เกม Action-RPG ชื่อดังของ Square ด้วย เมื่อมีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นกับ "Hollow Bastion" บ้านเกิดของเขา เขาจึงใช้ความรู้เรื่องเครื่องยนต์สร้าง Gummi Ship แล้วหลบหนีมาที่เมือง Traverse Town พร้อมกับ Leon, Yuffie และ Aerith

บทบาทของซิดใน KH นั้นเป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน Gummi Ship เขาคอยให้คำแนะนำและขายชิ้นส่วนต่าง ๆ ของยานให้แก่เรา

Final Fantasy VIII - ผอ.ผู้สุขุมนุ่มลึก

 

ในอดีต "Cid Kramer" คือผู้ชายใจดี เขาอาศัยอยู่กับอีเดีย "Edea"-ภรรยาของตน-ด้วยชีวิตที่เรียบง่าย คอยดูแลเด็กกำพร้าจากที่ต่าง ๆ อยู่ที่บ้านริมชายทะเลอันเงียบสงบ แต่โชคชะตากลับเล่นตลกกับพวกเขาทั้งสองเมื่อแม่มดอัลติมีเซีย (Ultimecia) ได้ย้อนเวลากลับมายังสถานที่แห่งนี้ แม่มดร้ายซึ่งบาดเจ็บสาหัสจากการต่อสู้กับผู้กล้าในอนาคตได้ถ่ายทอดพลังอันชั่วร้ายไปให้กับอีเดียเพื่อรอคอยวันกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง

ชายปริศนาซึ่งต่อสู้กับอัลติมีเซียก็เดินทางตามมายังอดีตเช่นกัน เขาเล่าเรื่องราวทั้งหมดรวมทั้งที่เกี่ยวกับบาลามบ์การ์เดน (Balamb Garden) และกองกำลังพิเศษ (SeeD)-ที่ถูกก่อตั้งขึ้นในอนาคตเพื่อป้องกันภัยคุกคามจากแม่มด-ให้สองสามีภรรยาฟังแล้วเดินทางกลับโลกของตน เมื่อเหตุการณ์ทั้งหลายกระจ่างชัด อีเดียจึงรับรู้ได้ว่าเหลือเวลาอีกไม่นานที่ร่างกายของเธอจะถูกพลังของอัลติมีเซียเข้าครอบงำ เธอและซิดตัดสินใจที่จะก่อตั้งกองกำลังพิเศษตามคำบอกเล่าของชายปริศนาขึ้นมาเพื่อรับมือกับหายนะของโลกที่กำลังจะมาถึง

ซิดออกเดินทางเพื่อรวบรวมเงินทุนและหาผู้สนับสนุน ในที่สุดที่หลบภัยทั้ง 3 แห่งบนทวีปเซนทร่า (Centra) ก็ได้ถูกเปลี่ยนแปลงเป็นการ์เดน 3 หลัง มีชื่อตามสถานที่ตั้งได้แก่ Balamb, Galbadia และ Trabia Garden โดยซิดรับตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการของบาลามบ์การ์เด้นคอยฝึกฝนเด็กหนุ่มสาวผู้มีแววไว้สำหรับรับมือวิกฤตกาลที่ยังมาไม่ถึง

 

ว่ากันตามตรงแล้วซิดในภาคนี้มีภาพลักษณ์ที่ผิดไปจากซิดในไฟนอลภาคก่อน ๆ ค่อนข้างมาก เขาสุภาพ อ่อนโยนและอ่อนแอเกินกว่าจะมาเป็นผู้อำนวยการของการ์เดนอันเป็นถึงศูนย์ฝึกการสู้รบ ซึ่งจะสังเกตได้จากขณะเกิดความแตกแยกในการ์เด้นเขากลับหนีไปซ่อนตัว และเมื่อการต่อสู่ระหว่าง SeeDs กับแม่มดกำลังเข้าสู่จุดวิกฤตตัวของซิดเองกลับไม่กล้าตัดสินใจใด ๆ เพราะกลัวจะเป็นการทำร้ายอีเดียคนรักของเขา แถมยังโยนภาระทั้งหมดมาให้สคอลอีกด้วย

ซิด เครเมอร์ไม่ใช่ชายผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องยนต์ หรือเป็นวิศวกรอัจฉริยะถึงขนาดสร้างเรือเหาะ อย่างไรก็ตามเขาก็ศึกษาพื้นฐานโครงสร้างของการ์เด้นมากพอที่จะรู้ว่ามันสามารถบินได้และทำให้บาลามบ์การ์เด้นรอดพ้นการถูกทำลายด้วยมิสไซล์ไปได้อย่างเฉียดฉิว

แม้ผู้อำนายการโรงเรียนคนนี้ไม่ได้ชื่นชอบการเล่นการ์ดเกมมากนัก แต่เขากลับมีการ์ดหายากอยู่ในมือ หากท่านไม่อยากพลาด "การ์ดไซเฟอร์" อย่าลืมท้ามาสเตอร์ซิดเพื่อเล่นการ์ดเกมด้วยนะครับ

Final Fantasy IX - ราชาจอมเจ้าชู้ 

"Cid Fabool IX" ผู้ปกครองนครรัฐลินด์บลูม (Lindblum) เป็นเพื่อสนิทกับพ่อของเจ้าหญิงการ์เน็ต (Princess Garnet) แห่งอเล็กซานเดรีย (Alexandria) เธอรักและเคารพ "ลุง" ซิดเป็นอย่างมาก

ซิดเป็นคนฉลาดรอบคอบ เมื่อราชินีบราฮ์เน่ (Queen Brahne) เริ่มมีพฤติกรรมเปลี่ยนไปและนำกองทัพของอเล็กซานเดรียรุกรานอาณาจักรรอบข้าง เขาก็ตัดสินใจลงมือวางแผนให้กลุ่มทันทาลัส (Tantalus) ช่วยเหลือเจ้าหญิงการ์เนตโดยแสร้งทำเป็นการลักพาตัวเพื่อไม่ให้เกิดข้อพิพาธระหว่าง 2 อาณาจักร

นอกจากนี้เขานำความรู้ทางด้านเครื่องยนต์และเรือเหาะมาพัฒนาประเทศ ทำให้นครลินด์บลูมเจริญรุดหน้าไปได้อย่างรวดเร็ว

เพราะความเจ้าชู้แอบไปมีสัมพันธ์สวาทกับสาวในบาร์ ทำให้ซิดถูกฮิลด้า (Hilda) ผู้ซึ่งเป็นภรรยาขี้หึงของเขาและจอมเวทย์มือขมัง สาปให้กลายเป็น "Oglop" -สิ่งมีชีวิตรูปร่างคล้ายแมลง- แล้วจากไปพร้อมกับขับเรือเหาะฮิลด้าการ์เด้ 1 (Hilda Garde I) แห่งความภาคภูมิใจของซิดที่เพิ่งสร้างเสร็จหมาด ๆ ไปด้วย

แต่ความโชคร้ายของซิดยังไม่หมดแค่นั้น ความหวังดีแบบโง่ ๆ ของซีดาน (Zidane) ที่อยากหาทางแก้คำสาปให้ซิด กลับทำให้เขาเปลี่ยนจากแมลงกลายเป็นกบ (ระวังควีน่าไว้ให้ดี ๆ) ซึ่งส่งผลต่อการผจญภัยของตัวเอกเป็นอย่างมาก เพราะความยอดเยี่ยมและอัจฉริยภาพของเขาได้ถูกลดทอนให้น้อยลงเมื่ออยู่ในร่างนี้ จนทำให้ Hilda Garde II ไม่สามารถใช้การได้ ด้วยเหตุนี้การเดินทางของซีดานและพวกพ้องจึงต้องถูกเลื่อนออกไปโดยปริยาย 

ในช่วงท้ายของเกมเมื่อซิดตามไปพบฮิลด้าที่ถูกคุจา (Kuja) จับตัวไว้ เธอได้คลายคำสาปให้ซิดหลังจากที่เขาสัญญากับเธอว่าจะเลิกเป็นคนเจ้าชู้ และทันทีที่กลับสู่ร่างเดิม, เขาก็สามารถสร้าง Hilda Gerden III เรือเหาะที่รวดเร็วและทรงประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งได้กลายมาเป็นกำลังสำคัญที่กลุ่มตัวเอกใช้ในการเดินทางตามล่าคุจาและเรียกความสงบสุขกลับคืนมาสู่โลกได้ในบั้นปลาย

Cid's Theme เพลงประจำตัวซิดภาคนี้ เป็นเพลงที่ทำดนตรีได้ยิ่งใหญ่อลังการสมฐานะจริง ๆ  

Final Fantasy X - หัวหน้าเผ่าอัลเบดผู้ยึดถือเหตุและผล

"Cid" หัวหน้าของอัลเบด (Al Bhed) -ชนเผ่าแห่งโลกสปีร่าที่เชื่อมั่นในวิทยาการของตน- บิดาผู้ห้าวหาญของบราเธอร์ (Brother) และริคคุ (Rikku) แถมยังเป็นพี่ชายแท้ ๆ ของแม่ของยูน่า (Yuna) นางเอกของเรื่อง

เอกลักษณ์ของซิดภาคนี้เป็นชายรูปร่างแข็งแรงกำยำ หัวล้านโป๊งเหน่ง พูดจาเสียงดังโผงผาง นิสัยโดยรวมแล้วเป็นคนกล้าตัดสินใจ เข้มแข็งและยึดมั่นในหลักการของตน

และแม้จะไม่เคยพบหน้ากัน, แต่ลุงซิดก็ห่วงหลานสาวของตนไม่น้อยเลยทีเดียว

อัลเบดเป็นชนเผ่าที่ยึดเหตุผลทางวิทยาศาสตร์จึงไม่เชื่อฟังคำสอนของลัทธิเยวอน (Yevon) ที่ห้ามใช้เครื่องจักรทุกชนิด และพยายามพัฒนาอาวุธต่าง ๆ ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นเพื่อที่จะหาทางกำจัดซินตามแนวคิดของตน ซิดเองมองว่าการเดินทางแสวงบุญ (Pilgrimage) เพื่อปราบซิน (Sin) เป็นสิ่งไร้ค่า เขาจึงวางแผนลักพาตัวยูน่าและซัมมอนเนอร์ (Summoner) คนอื่น ๆ เพื่อป้องกันไม่ให้พวกเขาเหล่านั้นเดินทางไปสู่ความตายที่ไร้เหตุผล

ในตอนท้ายของเกมซิดได้พบกับ "ทีดัส" (Tidus), พลังจิตใจของเด็กหนุ่มคนนี้ได้ทำให้ซิดเกิดความรู้สึกเชื่อมั่นในการเดินทางของยูน่า เขาจึงตัดสินใจใช้เรือเหาะโบราณ "ฟาเรนไฮต์" (Fahrenheit) -ที่ซิดค้นพบและนำมายกเครื่องมันใหม่ให้ไม่เพียงแต่ใช้การได้ ยังใหญ่โต หรูหราทันสมัย แถมยังติดตั้งมิสไซร์และปืนใหญ่เลเซอร์ไว้อีกด้วย- คอยอำนวยความสะดวกกลุ่มตัวเอกในการเดินทางที่เหลือ

Final Fantasy XII - บุรุษผู้ต้องการนำประวัติศาสตร์กลับคืนสู่มือมนุษย์

ซิดในไฟนอลแฟนตาซีที่ผ่าน ๆ มาไม่ว่าจะเป็นตัวละครสำคัญหรือตัวประกอบก็ตาม สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันทุกภาคก็คือล้วนแต่เป็นบุคคลที่คอยให้การช่วยเหลือกลุ่มตัวเอกในการทำลายความชั่วร้ายและนำความสงบสุขมาสู่โลกมนุษย์ทั้งสิ้น แต่ในไฟนอลแฟนตาซี 12 -ภาคแรกของซีรีส์ไฟนอลที่ได้ 40 คะแนนเต็มจากแฟมิซือ- นั้น ซิดมีบทบาทที่แตกต่างออกไปจากเดิมอย่างมาก นั่นก็คือหันมารับบทเป็นวายร้ายอย่างเต็มตัว

"ด็อกเตอร์ซิด" มีชื่อเต็มว่า "ซิดอลฟัส เดเมน บูนานซ่า" (Cidolfus Demen Bunansa) เขาคือนักวิทยาศาสตร์ผู้ปราดเปรื่องของอาณาจักรอาร์เคเดียส อีกทั้งยังเป็นสามีและบิดาที่ดีของครอบครัว แต่นั่นเป็นเรื่องราวก่อนที่ซิดจะได้พบกับ "เวนาท" (Venat) หนึ่งใน "ออคคิวเรีย" (Occuria: เหล่าทวยเทพที่คอยควบคุมอดีต ปัจจุบัน และอนาคตของมวลมนุษย์ให้เป็นไปตามทิศทางที่พวกออคคิวเรียคิดว่าควรจะเป็นด้วยการแทรกแซงเหตุการณ์ต่าง ๆ บนโลกตามความเหมาะสม) ที่เบื่อหน่ายความเป็นไปของโลกอิวาลิซอันคาดเดาได้ จึงตัดสินใจทรยศพวกพ้องตัวเองด้วยการนำความจริงมาบอกกล่าวให้กับมนุษย์ทราบ ซึ่งมนุษย์คนแรกที่ได้รับทราบเรื่องราวอันน่าหวาดหวั่นคนนั้นก็คือหัวหน้าศูนย์วิจัยดราร์คลอร์ (Draklor Laboratory) ผู้นี้นี่เอง

แทนที่จะตื่นตระหนกกับความจริงอันน่าเจ็บใจที่ว่ามนุษย์หาได้เป็นผู้กำหนดชะตากรรมของตัวเองไม่ ด็อกเตอร์ซิดกลับเลือกที่ทำในสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น เขาค้นคว้าเรื่อง "ศิลาเวทย์มนต์" (Nethicite) อย่างบ้าคลั่ง หมกมุ่น และเอาเป็นเอาตาย จนทราบถึงที่มาที่ไปและวิธีการนำมันมาใช้ตลอดจนสามารถผลิต "ศิลาเทียม" ออกมาใช้ได้ ซึ่งผลของมันก็คือความก้าวหน้าทางด้านพลังทหารของอาณาจักรอาร์เคเดียสที่น่าประหวั่นพรั่นพรึงไปทั่ว แลกมากับตัวตนเดิมอันอบอุ่นของเขาที่ค่อย ๆ เลือนหายไป

นี่เองคือสาเหตุที่ "ฟามราน" (Ffamran) ลูกชายของด็อกเตอร์ซิดตัดสินใจหันหลังให้เขา ทิ้งตระกูลบูนานซ่าไว้ในอดีต แล้วออกเดินทางเป็นสลัดอวกาศภายใต้ชื่อ "บัลเธียร์" (Balthier) นั่นเอง

อดีต ปัจจุบัน และอนาคตย่อมขึ้นกับการกระทำของมนุษย์ ไม่ควรเกิดจากการควบคุมครอบงำโดยสิ่งใด นี่คือสิ่งที่ด็อกเตอร์ซิดเชื่อมั่นและยึดถือมาตลอด เขาจึงวางแผนล่อลวงให้ "อาเช่" นำทางไปสู่แหล่งกำเนิดของศิลาเวทย์มนต์ เพื่อที่จะหาโอกาสครอบครองพลังอันมหาศาลเหล่านั้นไว้กับตัวแล้วนำมันมาทำลายออคคิวเรียเสียเองให้สาสมกับความเหิมเกริมริอาจควบคุมกงล้อของประวัติศาสตร์

การนำสิ่งที่พระเจ้าเคยใช้ควบคุมมนุษย์มาปลดปล่อยมนุษย์ให้เป็นไทแบบลักลั่นย้อนแย้งสุด ๆ คือเป้าหมายที่แท้จริงของชายผู้นี้

น่าเสียดายที่บุรุษวัยใกล้แซยิดอย่างซิดมีฝีมือการต่อสู้ที่ไม่ได้สูงส่งมากมายเท่าใดนัก ต่อให้เรียกมนต์อสูรและอาศัยพลังของศิเวทย์มนต์แล้วก็รับมือเหล่าตัวเอกที่ทั้งหนุ่มทั้งแน่นไม่ไหว แผนการของซิดจึงต้องถูกล้มพับไปโดยปริยาย

 

โดยส่วนตัวแล้ว รู้สึกว่าซิดกับบทบาทตัวร้ายในไฟนอลภาคนี้ถือเป็นตัวละครที่มีเสน่ห์ไม่แพ้ซิดจากภาคอื่น ๆ เลยครับ 

Final Fantasy Tactics - เทพนักรบสายฟ้าฟาด 

 

ย้อนกลับไปก่อนที่เรื่องราวการเดินทางของ "แรมซ่า" (Ramza) ในไฟนอลแทคทิคส์จะถือกำเนิด, กรณีพิพาทระหว่างสองดินแดนใกล้เคียง ได้แก่ "อิวาลิซ" (Ivalice) กับ "ออร์ดาเลีย" (Ordalia) ได้กลายมาเป็นสงครามที่ยืดเยื้อยาวนานจนมีการขนานนามเหตุการณ์ครั้งนั้นตามจำนวนปีที่การสู้รบดำเนินทั้งหมดว่า "สงครามครึ่งศตวรรษ" (The Fifty Year War)

และแม้ว่าอิวาลิซที่เป็นผู้ประกาศสงครามต่อออร์ดาเลียในเบื้องแรกจะเป็นฝ่ายยอมยุติสงครามเสียเอง แต่เพราะความน่าเกรงขามของสอง "อัศวินคู่บัลลังค์เหนือ-ใต้แห่งอิวาลิซ" อย่าง "บาลเบนส์ บีโอวูล์ฟ" (Balbanes Beoulve, บิดาบังเกิดเกล้าของแรมซ่า) และ "ซิดอลฟัส โอร์ลันดู" (Cidolfas Orlandu) ทำให้การเจรจาสงบศึกเป็นไปด้วยดีและผู้คน ณ ดินแดนแห่งนี้จึงรอดพ้นจากสถานะผู้แพ้สงคราม

 

ซิดเป็นบุรุษผู้เพียบพร้อมทั้งฐานะอันสูงส่ง จิตใจที่ดีงามยึดถือความถูกต้อง และเต็มไปด้วยความยอดเยี่ยมในการต่อสู้อย่างแท้จริง เขาคือผู้ชายคนเดียวที่บาลเบนส์นับถือเป็นเพื่อนอย่างบริสุทธิ์ใจ ทุกครั้งที่มีการสู้รบ, ชายผู้นี้จะควงเอ็กซ์คาลิเบอร์เข้าห้ำหั่นศัตรูด้วยวิชาดาบศักดิ์สิทธิ์อย่างห้าวหาญและไร้ซึ่งความลังเล ผู้คนต่างตั้งฉายาอันแสดงถึงความเกรี้ยวกราดในสนามรบของเขาว่า "เทพนักรบสายฟ้าฟาด" (Thunder God Cid, T.G. Cid)

หลังสงคราม 50 ปีสิ้นสุดลง ซิดยังคงดำรงตำแหน่งอัศวินผู้สูงศักดิ์ คอยปกปักษ์รักษาสันติสุขของอิวาลิซภายใต้การบังคับบัญชาของ "กอลทาน่า" (Golthana, Prince of Ivalice)  มาโดยตลอด

ต่อมาซิดได้รับรู้ความจริงถึงแผนการร้ายของศาสนจักรที่เขาเคยนับถือ เขาเกือบเอาชีวิตไม่รอด แต่ด้วยการช่วยเหลือของแรมซ่า และ "โอลัน" (Olan Durai, บุตรบุญธรรมของซิด) เทพสายฟ้าจึงรอดพ้นจากการถูกประหารชีวิตโดยไร้ความผิดและตัดสินใจมอบ "ศิลาราศีตุล" (Libra Stone, มรดกตกทอดแห่งตระกูลโอร์ลันดู) ให้แรมซ่ารวมทั้งเข้าร่วมกับกลุ่มกับตัวเอกในที่สุด

 

ซิดในภาคนี้เป็นตัวละครที่ผู้เล่นสามารถบังคับได้ภายหลังจาก charpter 4 ของตัวเกม ซึ่งผมเชื่อว่าในชุดลุยดรีมทีมของแฟน ๆ ไฟนอลแทคทิคส์ทุกคนจะต้องมีชื่อของคนผู้นี้อยู่ด้วยอย่างแน่นอน

ซิดมีเพลงดาบดี ๆ มากมาย สเตตัสที่เหนือล้ำกว่าตัวละครเกือบทุกตัวในเกม ที่สำคัญยังพกพาดาบเอ็กซ์คาลิเบอร์ซึ่งติดตั้งสเตตัส "เร่งความเร็ว" (Haste)ให้กับตัวละครโดยอัตโนมัติ (โกงมาก ๆ)

สำหรับผมแล้ว การมีอยู่กับการไม่มีอยู่ของซิด แตกต่างกันมากถึงขนาดที่อาจบ่งบอกถึงโอกาสแพ้-ชนะในการต่อสู้ได้เลยทีเดียว

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

คิดถึง FF

นึกถึงตอนยังเป็นเด็กเล็กๆแฮะ open-mounthed smile

#1 By BankzST ^^ on 2009-08-08 14:17

รวมมิตรซิดทุกภาค !!!!

เอ รู้สึกสังเกตอยู่ว่าให้พื้นที่กับซิดภาค 7 มากที่สุดนะคะ แต่สดก็เห็นด้วยนะ confused smile ว่าซิดภาค 7 เป็นผู้ที่มีเอกลักษณ์ให้จดจำมากที่สุด
*แอด นะคะ
ชอบ ซิด ภาค 7 confused smile

#3 By พี่แก่ว :P on 2009-08-08 14:38

ชอบแซ๊คภาค7 */ไม่เกี่ยว...

ละเอียดจริงๆครับ กระจ่างขึ้นเยอะ..

#4 By *REENNY* on 2009-08-08 14:56

ตอบอย่างไม่อาย เกมส์นี้ไม่เคยเล่นเลยครับ

เคยดูแต่หนัง sad smile

#5 By Faris Cassidy on 2009-08-08 18:39

ซิดโผล่มาซะทุกภาค แต่ภาคที่ใช้เวลาอยู่ด้วยนานมากๆ จนเป็นเวอร์ชัน(?)ที่ชอบที่สุด ก็เป็นภาค 7 นี่ล่ะ ^^ ดูหยาบๆ ลุยๆ ฮาๆดี

อีกภาคที่ชอบคาแรกเตอร์ (แม้จะเป็นลุงๆไม่เปลี่ยนแปลง) คือภาค 12 ที่เพิ่มมิิติให้กับตัวละครตัวนี้ได้อย่างคาดไม่ถึง ...ทำให้เพิ่งรู้สึกตัวว่า จะเป็นฝ่ายดีหรือฝ่ายร้าย ซิดก็ยังเป็นซิดอยู่วันยังค่ำ big smile

Hot!

#6 By Zieghart on 2009-08-08 22:12

เข้ามาดู
เฮด สวยจัง
เรื่องข้างบนเรามะค่อยจะรู้เรื่องน่ะ อิอิ

#7 By porpang on 2009-08-08 22:38

ซิด ภาคสิบเท่ห์สุดแถมลูกสาวน่ารักอีกต่างหาก

ชื่อ Cid น่ามาจาก El Cid สมญานามของโรดริโก วีรบุรุษสเปน

El Cid เสียทีในสนามรบ โดนลูกธนูปักอกเจียนตาย พวกแขกที่ยกทัพมาตีสเปนก็ดีใจนึกว่าคว่ำแม่ทัพใหญ่ลงได้แล้ว ต่อไปทหารสเปนต้องเสียขวัญกำลังใจแน่แท้

ก่อนตาย El Cid สั่งเสียให้ลูกน้องเอาศพตัวเองผูกติดกับอานม้า ทำทีว่ายังมีชีวิต สามารถออกรบได้
กองทัพแขกเห็นเข้าก็เสียขวัญ ทำไมอึดทนทานอย่างนี้
ทัพสเปนได้ทีไล่ตีกระเจิงกลายเป็นฝ่ายมีชัยในที่สุด

#8 By mastermune on 2009-08-08 23:12

บ่ได้เล่นsad smile

#9 By wesong on 2009-08-09 00:34

ซิดภาค 5 กับ 12 จะดูไฮโซมากเลยค่ะ confused smile Hot!

#10 By Daughter Of Sparda on 2009-08-09 07:53

ส่วนตัวแล้วประทับใจซิดภาค 12 กับ tactic มากสุดนะ

ภาค 12 รู้สึกว่าความคิดเจ๋งดี ส่วนภาคแทคทิคก็เทพมาก ๆ

#11 By Highwind on 2009-08-09 23:28

แหม แหม

ช่วงนี้ว่างนะค้า

#12 By หนูน้อย (202.28.181.200) on 2009-08-09 23:28

ซิดภาค 7 เป็น Dragoon เลยยัดเข้าทีมตลอดเลยหะ แต่ตอนหลัง เอาออกไปยัดวินเซ้นแทน sad smile

ขาดซิดภาค 11 กับ ซิดในซีรียส์เสริมอีกหลายภาคนะเออ cry

#13 By •JaMeZ• on 2009-08-11 22:36

เคยเล่นอยู่สองเกมส์คือ ffx and ffx2 และชอบมาก แต่ก็จะชอบติดตามเรื่องราวของภาคอื่นๆด้วย โดยเฉพาะfinal7 ที่นำมาแยกเป็นเรื่องย่อยๆอีกหลายเรื่อง และอีกเรื่องกำลังจะออกมาใหม่ในอีกไม่ช้านี้ แต่พักหลังไม่มีเวลาเลยไม่ได้เล่นเกมอะไรเลย และก็ชอบเพลงประกอบของเกมส์นี้ด้วย โดยเฉพาะเพลงบรรเลงเปียนโนจากFFx ชื่อ To Zanarkan จนต้องไปแกะมาจาก youtube มาเล่นเองบ้าง ตอนนี้ก็เล่นได้แล้วค่ะชอบมากเลย

#14 By newyork on 2009-08-28 22:17

ชอบกัปตันเรือเหาะผู้พึ่งพาได้เสมอ

#15 By ป๊อป (202.143.162.10) on 2009-10-24 09:27

เราชอบทีฟามากมากมากมากมากมากมากมากbig smile big smile big smile big smile big smile big smile big smile big smile

#16 By โดม (202.143.162.10) on 2009-10-24 09:30

ชอบคราวมากคับbig smile ชอบชอบชอบเบอร์ของอินแบ็ก คับ0831836463big smile big smile big smile big smile big smile big smile big smile big smile big smile big smile big smile big smile big smile big smile big smile big smile big smile big smile big smile big smile big smile big smile big smile big smile big smile big smile big smile big smile big smile big smile big smile big smile big smile big smile big smile big smile big smile big smile open-mounthed smile confused smile sad smile angry smile tongue question embarrassed surprised smile wink double wink cry

#17 By อินแบ็ก (202.143.162.10) on 2009-10-24 09:35

big smile open-mounthed smile confused smile sad smile angry smile tongue question embarrassed surprised smile wink double wink cry

#18 By คราวคับ (202.143.162.10) on 2009-10-24 09:36

เราชอบทีฟามากมากมากมากมากมากมากมากbig smile big smile big smile big smile big smile big smile big smile big smile

#19 By โดม (202.143.162.10) on 2009-10-24 09:38

ชอบกัปตันเรือเหาะผู้พึ่งพาได้เสมอ

#20 By ป๊อป (202.143.162.10) on 2009-10-24 09:39

ชอบคราวมากคับ และทีฟีกับวินเซ็น sad smile

#21 By ป๊อป (202.143.162.10) on 2009-10-24 09:43

เคยเล่นอยู่สองเกมส์คือ ffx and ffx2 และชอบมาก แต่ก็จะชอบติดตามเรื่องราวของภาคอื่นๆด้วย โดยเฉพาะfinal7 ที่นำมาแยกเป็นเรื่องย่อยๆอีกหลายเรื่อง และอีกเรื่องกำลังจะออกมาใหม่ในอีกไม่ช้านี้ แต่พักหลังไม่มีเวลาเลยไม่ได้เล่นเกมอะไรเลย และก็ชอบเพลงประกอบของเกมส์นี้ด้วย โดยเฉพาะเพลงบรรเลงเปียนโนจากFFx ชื่อ To Zanarkan จนต้องไปแกะมาจาก youtube มาเล่นเองบ้าง ตอนนี้ก็เล่นได้แล้วค่ะชอบมากเลย cry double wink wink surprised smile embarrassed question tongue angry smile sad smile confused smile open-mounthed smile big smile open-mounthed smile big smile confused smile sad smile angry smile tongue question embarrassed surprised smile wink double wink cry

#22 By ป๊อป (202.143.162.10) on 2009-10-24 09:46

Favourites