ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาผมถูกเฮีย Zieghart -แพทย์ฝึกหัดรูปงาม (?) ผู้มีจิตใจเปลี่ยวเหงา (?)- ชวนยิก ๆ ให้ไปดูหนังด้วยกัน หลังจากที่พลาดโปรแกรมเด็ด ๆ มากมาย โดยเฉพาะสตาร์เทร็คภาคล่าสุด (ลงทุนซื้อแผ่นผีมาดูก็ดันค้างซะงั้น) รวมทั้งคนเหล็กที่ยังไม่มีโอกาสได้ไปดู 

เมื่อวานว่างกันทั้งคู่ ตอนหัวค่ำเลยจัดการสนองตัณหาของเฮียแก (และตัวผมเองด้วย) ซะที

ผลก็คือไม่ผิดหวังจริง ๆ ครับ ตัวผมได้มีโอกาสรับชมหนังที่มีเนื้อหาดีมาก ๆ เรื่องหนึ่ง, วิธีการนำเสนอก็สุดแสนจะสร้างสรรค์ เต็มไปด้วยมุกตลกชวนให้อมยิ้มและหัวเราะไปตลอดทั้งเรื่อง แถมยังสอดแทรกข้อคิดเจ๋ง ๆ ไว้มากมาย 

จัดได้ว่าเป็นหนังที่ผมรักที่สุดเรื่องหนึ่งเลยที่เดียว

ซึ่งหนังเรื่องนี้ก็คือผลงานอนิเมชันสามมิติลำดับที่ 10 จากค่ายหนังสุดครีเอตอย่างพิกซาร์ที่ชื่อว่า UP ปู่ซ่าบ้าตัณหา เอ๊ย บ้าพลัง นั่นเอง

ดูจบแล้วพูดได้คำเดียวว่าสุดยอด 

สิ่งที่พิกซาร์กำลังทำคือพัฒนาการที่ดีของการ์ตูนยุคใหม่ ซึ่งมีส่วนผสมของเทคโนโลยี 3D ที่ทันสมัย สีสันสดใส ขณะเดียวกันก็ไม่ได้ทิ้งกลิ่นอายเดิม ๆ ของอนิเมชันยุดเดิม ที่สำคัญยังวางโครงเรื่องให้รับชมได้ง่ายเข้าถึงผู้คนทุกเพศทุกวัย เด็กเล็ก ๆ ดูก็สนุก ผู้ใหญ่ดูก็อิ่มเอิบใจอย่างไม่เคอะเขิน

ผมรู้สึกประทับใจมาก ๆ จนอดไม่ได้ที่จะขออัพเอนทรีเฉพาะกิจไว้เป็นบันทึกความทรงจำเล็ก ๆ น้อย ๆ ไปพลาง ๆ ก่อน

และหวังว่าคงจะได้เขียนถึงเรื่องนี้เต็ม ๆ อีกครั้งหนึ่งนะครับ

เรื่องย่อ

Up บอกเล่าเรื่องราวการผจญภัยของคุณปู่คาร์ลวัยดึกที่เคยสัญญาว่าจะพาภรรยาสุดที่รักเดินทางไปชมความงดงามของน้ำตกแห่งสรวง สวรรค์ (Paradise Falls) ณ ดินแดนอเมริกาใต้อันห่างไกล แต่ด้วยชีวิตการแต่งงานที่ไม่ได้สวยงามดั่งฝันและมีอุปสรรคต่าง ๆ คนทั้งคู่จึงยังไม่สามารถสานฝันให้สำเร็จ สุดท้ายภรรยามาด่วนจากไป ทิ้งคุณปู่ให้หงอยเหงาอยู่คนเดียว ท่ามกลางบ้านเรือนรอบข้างที่เปลี่ยนแปลง

คุณปู่ยังคงยึดติดกับภรรยา บ้านหลังเดิมและสัญญาครั้งเก่าไม่เสื่อมคลาย แต่สังคมภายนอกก็กดดันแกมากเหลือเกิน พยายามผลักไสให้แกย้ายไปอยู่บ้านพักคนชราจนทำให้แกตัดสินใจใช้ลูกโป่งนับร้อยนับพันลูก (ปู่แกเคยทำธุรกิจขายลูกโป่งมาก่อน) หอบหิ้วบ้านทั้งหลังที่เต็มไปด้วยความทรงจำและกลิ่นอายในอดีตล่องลอยไปสู่ดินแดนที่สองสามีภรรยาเคยเฝ้าฝันถึง

แต่ปู่คาร์ลก็ไม่ได้เดินทางไปคนเดียว เพราะมีเจ้าลูกเสือน้อยจ้ำม่ำนามว่า รัสเซล ที่กำลังพยายามทำภารกิจช่วยเหลือคนชราเพื่อให้ได้เข็มกลัดลูกเสือครบถ้วนติดสอยห้อยตามไปด้วย

ทั้งคู่ต้องประสบกับอุปสรรคนานัปการทั้งจากธรรมชาติที่คาดเดาไม่ได้, วายร้ายที่มองว่าการเดินทางแบบบอลลูนของคุณปู่บ้าพลังเป็นการขัดขวางเป้าหมายในการกู้ชื่อเสียงของตนกลับคืน รวมไปถึงความขัดแย้งกันเองในเบื้องลึกแห่งจิตใจของสหายต่างวัยทั้งสอง

คุณปู่บ้าพลังผู้ยึดมั่นกับอดีตและคำสัญา กับเจ้าหมูอ้วนผู้โหยหาความรักและความเอาใจใส่จะฝ่าฝันสิ่งเหล่านี้ไปได้อย่างไร

อ่านดูอาจจะรู้สึกไม่น่าดู แต่ขึ้นชื่อว่าทีมงานพิกซาร์แล้วย่อมไม่ธรรมดา

ต้องติดตาม!!!

สิ่งที่ชอบ

  • การ์ตูนสั้นตอนเปิดเรื่องที่น่ารักน่าเอ็นดูและเรียกน้ำตาได้อย่างไม่น่าเชื่อ
  • ชีวิตแต่งงานหลายสิบปีของสองสามีภรรยาที่พิกซาร์เลือกนำเสนอด้วยหนังเงียบที่เต็มไปด้วยภาพฉายอันงดงาม เรียบง่ายแต่แสดงอารมณ์ทั้งหมดได้เป็นอย่างดี ดูแล้วรู้สึกทั้งตราตรึงใจ สะเทือนใจและประทับใจ จนคนดูสามารถซึมซับและเข้าใจความรักของทั้งคู่ได้อย่างสมบูรณ์
  • งานด้านภาพที่สุดยอด ...ผมชื่นชอบภาพจากฝีมือปลายพู่กันของอาจารย์ฮายาโอะ มิยาซากิมาโดยตลอด พอได้ดูเรื่องนี้ที่แม้จะใช้คอมพิวเตอร์สร้างขึ้นก็รู้สึกไม่ต่อต้านและหลงรักไม่แพ้กัน  เป็นการ์ตูนที่มีทั้งความสดใสและงดงามประณิตไร้ที่ติจริง ๆ (ไม่คิดว่าคอมพิวเตอร์จะทำได้)
  • หนังซึ้งมาก...ไม่ แน่ใจว่าเป็นเพราะผมถูกเลี้ยงมาโดยคุณยายตั้งแต่เล็ก เลยมักจะเซ็นซิทิฟกับเรื่องราวที่เกี่ยวพันกับคนแก่หรือเปล่า แต่ดูเรื่องนี้แล้วต้องมีการปาดน้ำตาทิ้งหลายฉาก (ฉากจบของการ์ตูนสั้นที่นกกระเรียนสวมชุดเกราะป้องกันเต็มตัว, ฉากชีวิตแต่งงานของปู่คาร์ลและย่าเอลลี่ที่สุขเศร้าเคล้ากันไปฉากข้อความในสมุดบันทึกของเอลลี่ที่กระตุ้นให้คุณปู่ปล่อยวางอดีต, ฉากปู่ซ่ายอมทิ้งข้าวของในบ้านเพื่อให้บ้านกลับมาลอยได้อีกครั้งหนึ่งจะได้ทำในสิ่งที่ควรทำจริง ๆ, ฉากเจ้าเด็กอ้วนปีนเชือกขึ้นไปได้เพราะแรงฮึด, และฉากที่ปู่ซ่าติดเข็มกลัดให้รัสเซลในตอนท้าย)
  • หนังตลกมากและก็สนุกมากด้วย ถือเป็นข้อเด่นของพิกซาร์ที่ผมว่าเหนือกว่างานของจิบลิทั้งหลาย ปู่ซ่าส์เต็มไปด้วยมุขตลกมากมายที่ทำให้คนดูหัวเราะร่วนและอมยิ้มได้ไม่หุบ
  • ข้อคิดในเรื่องที่ได้ไปมากมาย (จะกล่าวในตอนท้าย)
  • รวมสามข้อข้างต้นแล้วนี่คือหนังที่มีครบทุกรสชาติและหยิบมาดูกี่ครั้งก็ไม่เบื่อครับ

สิ่งที่ไม่ชอบ

  • บทสรุปของวายร้ายที่ดูโหดร้ายและน่าสงสารเกินไปสำหรับคน ๆ หนึ่งที่พยายามทำทุกอย่างเพียงต้องการพิสูจน์ตัวเองให้สังคมภายนอกยอมรับ
  • จินตนาการบางอย่างที่ดูแปร่ง ๆ เช่น หมาพูดได้กับมุขเสียงหลง วัยของตัวร้ายในตอนแก่ที่ดูเด็กกว่าคุณปู่ของเราซะงั้นทั้ง ๆ ที่อายุน่าจะห่างกันราว 30 ปี

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่ได้จากหนัง

  • การทำงานให้ประสบความสำเร็จนอกจากจะมีหลายแรงช่วยกันแล้ว แต่ละฝ่ายต้องรู้จักข้อดีข้อด้อยของเพื่อนร่วมงานและพยายามปรับตัวเข้าหากัน เพื่อเสริมจุดแข็งที่มีอยู่ให้มากขึ้นและลดจุดอ่อนให้น้อยลง 
  • ชีวิตแต่งงานแม้ไม่ได้สุขไปทั้งหมด แต่การที่เราได้อยู่ร่วมกับคนที่เรารักและรักเราอย่างแท้จริง มีความเข้าอกเข้าใจกันเป็นพื้นฐาน อุปสรรคทั้งหลายย่อมผ่านไปได้อย่างไม่ยากเย็นและกลับทำให้ความรักยิ่งแนบแน่นขึ้น
  • อย่าผลัดวันประกันพรุ่งหากจะทำตามฝัน และไม่มีคำว่าสายหากจะเริ่มต้นสิ่งใหม่ ๆ ให้ชีวิต
  • จดจำอดีตได้แต่อย่ายึดติดกับมัน จงมีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน 
  • เด็กเป็นสิ่งมีชีวิตที่โกหกไม่เป็นและซื่อสัตย์กับทุกคน
  • ความสำคัญของการเดินทางไม่ได้อยู่ที่การได้ไปถึงจุดหมายปลายทางเสมอไป แต่เป็นการได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ และความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นระหว่างการเดินทางภายในตัวของผู้เดินทาง
  • รู้จักปล่อยวางกับสิ่งที่ไม่ควรยึดติด แล้วจิตใจเราจะเป็นสุขเพราะความอิสระ

สิ่งที่อยากบอกกับ Pixar

ผมเป็นคนที่ชื่นชอบผลงานสองมิติแบบเก่าเอามาก ๆ จนบางครั้งอาจเข้าขั้นยึดติดและไม่ค่อยสนใจอนิเมชันสามมิติเพราะคิดว่าไม่คลาสสิคเอาเสียเลย

ดูเรื่องนี้แล้ว...ผมผิดไปแล้วครับ นับแต่นี้ผมจะปล่อยวาง ไม่ยึดติดกับอดีตอีกต่อไป

และก็ช่วยรับผมเป็นหนึ่งในสาวกถาวรของพวกคุณด้วยนะครับ

รักปู่ซ่า รักพิกซาร์มั่ก ๆ จุ๊บ ๆ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ดูแล้ว Hot! Hot!
หนุกดี เราชอบ ที่คุงปู่มีความพยายาม
แม้เราจะอายุเท่าไหร่ ถ้าเราอยากทำมันพยายาม ก็คงจะได้ทำและทำได้

big smile big smile

#1 By porpang on 2009-06-21 10:40

ชอบเฮดจัง
เป็นแสงแรกรึแสงสุดท้ายของวัน
ดูอีกที น่าจะเป็นแสงแระ รึป่าวbig smile

#2 By porpang on 2009-06-21 10:41

ดูละ ไอ้เพื่อนที่ไปด้วยก็เสียงฟืดฟาดดังเชียวน่าอายมาก 55
น้ำตาแตกมาก
จัดภาพยอดเยี่ยมจริงๆ

แล้วเรื่องสั้นนั่นก็สุดๆไปเลยโดน

#3 By mutsuki on 2009-06-21 11:17

อ่า
ว่าจะไปดูอยู่ค่ะ
เห็นเทรลเลอร์แล้วน่าดูมากๆ ^^

#4 By ★|| koE : こえ ||★ on 2009-06-21 11:31

ยังไม่ไปดู....อ่านผ่านๆๆ

แต่จะไปดูแน่ๆๆๆๆๆๆๆๆ

#5 By wesong on 2009-06-21 18:17

สนุกครับ

แต่การ์ตูนพิกซาร์ผมชอบ Ratatouille กับ wall-e

ไม่ชอบช่วงหลังของหนังครับง่ายเกินไปหน่อย แต่ฉากเปิดสมุดภาพซึ้งจริง big smile

#6 By Faris Cassidy on 2009-06-21 19:12

บล็อคเยี่ยมจริงๆ เลยค๊า แล้วจะแวะมาอีกนะคะ

#7 By เพลงใหม่ล่าสุด (58.9.11.121) on 2009-06-23 17:06

ชอบจ้า

#8 By Come Back To Me (58.9.7.188) on 2009-06-25 10:31

เฮ้ย เพิ่งเห็นเอนทรี และเพิ่งเห็นประโยคพาดพิง !!

รูปงาม และเปลี่ยวเหงางั้นรึ !?...ประโยคนี้...ถูกแค่ครึ่งเดียวเฟร้ย !



UP เป็นอนิเมชันที่ทำได้ดีมากๆเรื่องนึงเลย ทั้งงานภาพและเนื้อหา จุดที่ชอบที่สุด คือตอนปูพื้นเนื้อหาชีวิตคู่ ที่รันตั้งแต่ต้นจนจบภายในเวลาไม่กี่นาที ชอบมากๆ ให้ความรู้สึกผูกพันธ์ว่า คนสองคนนี้ รักและมีความหมายต่อกันมากแค่ไหน และอะไรผลักดันให้คุณปู่ซ่า ลุกขึ้นไล่ตามความฝันอย่างจริงจังอีกครั้ง

จะว่าไป หากไม่ได้มาเจอเจ้าลูกเสือจ้ำม่ำแล้ว ปู๋ซ่าก็อาจไปถึง Paradise Falls จุดหมายได้ในเวลาไม่นาน และคงได้บรรลุความสุข หรือเป้าหมายชีวิตอะไรได้เหมือนกัน..แต่พอถูกดึงเข้ามาพัวพันกับเรื่องวุ่นวายแล้ว อาจบอกได้ว่า ชีวิตของปู่เอง ก็ได้ไปถึง"จุดหมาย" ที่ต่างจากเดิมอย่างสิ้นเชิง และอาจจะยิ่งใหญ่กว่าซะด้วยซ้ำ !

การไล่ตามความฝัน หรือทำตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้กับคนสำคัญ เป็นสิ่งที่ดี และคุ้มค่าที่จะลงแรง...แต่สิ่งที่มีความหมายมากกว่า กลับอยู่ที่ว่า ณ ปัจจุบัน ตัวเรายืนอยู่ ณ จุดไหน และอะไร เป็นเป้าหมายสุดท้าย ที่ตัวเราควรจะไล่ตามอย่างแท้จริง

...ภาพอดีตล้ำค่า ที่ไม่สามารถหวนคืน? หรือสิ่งรักในปัจจุบัน ที่เรายังสามารถรักษา และไขว่คว้าได้ในมือ?

น่าดีใจ ที่ตัวคุณปู่เองก็ได้คำตอบนี้ จากการเดินทางจนถึงที่สุด ^^

#9 By Zieghart on 2009-06-26 22:46

อยากดูเรื่องนี้เหมือนกัน
แต่เพราะความงกจึงอ้างว่าสิ้นเดือนตังใกล้หมดแล้ว รอเช่าcd มาดูละกัน 555


ปล.ผมก็รักคนแก่เหมือนกันนะ
ตอนผมยังเด็กก็มีอาม่าคอยเลี้ยงดูเหมือนกัน ^.^
ผมอดใจไม่เข้ามาดูเอนทรี่นี้ซะนาน เพราะคิดว่าจะได้ดูหนังเรื่องนี้ในโรงแน่ๆ และจะต้องเขียนรีวิวเกี่ยวกับมันแน่ๆ sad smile เชิญแวะเยี่ยมชมรีวิวยาวเหยียดที่บล็อกผมได้ตามอัธยาศัยครับ surprised smile

เห็นด้วยกับรีวิวของ Highwind เกือบทั้งหมด ยกเว้นเรื่องจุดจบของตัวร้ายที่ผมตีความต่างออกไปบ้าง อย่างไรก็ตามตัวร้ายที่ผมชอบที่สุดในหนังของพิกซาร์ ก็ยังคงเป็นซินโดรม จาก The Incredibles อยู่ไม่เสื่อมคลายครับ big smile

ส่วนเรื่องปู่ทวดมึนทซ์โกงอายุนั่น...อืม ผมจะช่วยแถให้ว่า ก็ปู่คาร์ลเขาอยู่ในเมือง ส่วนทวดมึนทซ์อยู่ในป่าเขา ซึ่งอากาศมันคงดีกว่าในเมือง เพราะสุขภาพของทวดแกเลยดีกว่าปู่คาร์ลละมั้ง? เหอะๆ...เอาเถอะครับ อภัยให้ตรงนี้แล้วกัน เพราะผมรักหนังเรื่องนี้เป็นบ้าเลยให้ตายสิ
เอารีวิวเพิ่มเติมที่ผมเพิ่งลงไปในเอนทรี่เก่า มาแปะไว้เพื่อเปิดประเด็นครับ big smile ถ้าสนใจก็เชิญไปถลกกันต่อที่บล็อกผมโลด ^^


ในส่วนของตัวร้าย ชาร์ลส์ มึนทซ์ นั้น มีนัยสัญลักษณ์ประจำตัวคือ "สุนัข" ซึ่งสื่อถึงนักล่า (hunter) ที่ไม่เลือกวิธีการ และสามารถรอได้นานเท่านานเพื่อเหยื่อที่หมายตาไว้ บทวิเคราะห์หลักด้านบนกล่าวว่าการออกผจญภัยโดยยึดติดกับเป้าหมายแรกมากจน เกินไป ทำให้มึนทซ์เปลี่ยนแปลงจาก "นักสำรวจ" ไปเป็น "นักล่า" ในที่สุด

เราอาจเปรียบเทียบ "ปริมาณ" ความเป็นนักล่าของมึนทซ์ได้จากจำนวนสุนัขของเขาที่เพิ่้มขึ้นตามเวลา (ก่อนที่เขาจะหายตัวไปจนถึงเวลาที่ได้พบกับคาร์ล) และภาพของฝูงสุนัขหลายร้อยตัวที่เพิ่มจำนวนและอาศัยอยู่ภายในเรือ Spirit of Adventure ก็อาจสื่อถึงการที่ [จิตวิญญาณแห่งการผจญภัย] ของมึนทซ์ ถูก [จิตใจนักล่า] กลืนกินไปในช่วงเวลาหลายสิบปีที่เขาตามหานกยักษ์

ผู้ชมบางท่านอาจมองว่า ปลอกคอพูดได้ของเหล่าสุนัขนั้น เป็นมุขตลกที่ดูขัดตาไปสักหน่อย แต่การที่มึนทซ์ประดิษฐ์ปลอกคอเหล่านี้ขึ้นมา ก็สื่อได้อย่างอ้อมๆ แต่ชัดเจนว่าตัวมึนทซ์นั้น "เหงา" มากเพียงใดที่ต้องอยู่บนทวีปร้างนั้นนา่นกว่าหลายสิบปีครับ เป็นความเหงาในระดับที่อาจทำให้คนๆ นึงที่เคยเข้มแข็ง เสียสติไปได้โดยไม่น่าแปลกใจเลย

มึนทซ์เป็นตัวร้ายของ Pixar ที่ผมชอบรองมาจาก Syndrome จากเรื่อง The Incredibles ครับ big smile
ู^
^
^่
โอ้ วิเคราะห์ได้เจ๋งมั่ก ๆ ครับ

เห็ยปูทันพูดแบบนี้ สงสัยต้องไปหา The Incredible มารอดูต่อคิวจาก Wall-E, เจ้าหนูพ่อครัว และการ์ตูนสั้นของพิกซาร์เสียแล้วล่ะครับ

ว่าแต่ที่ปูทันบอกว่าเห็นด้วยกับกระผมเกือบทั้งหมดที่ผมเขียนไป ไม่ทราบว่านับรวมที่บอกว่า Zieghart เป็นแพทย์ฝึกหัดรูปงามผู้มีจิตใจเปลี่ยวเหงาด้วยรึเปล่าน้า

อิอิ

#13 By Highwind on 2009-06-29 20:59

^
^
"แพทย์ฝึกหัด รูปงาม จิตใจเปลี่ยวเหงา"

ส่วนนี้ผมเห็นด้วยแค่สองในสามครับ question

Point!

Favourites