สวัสดีครับ...ช่วงนี้ทางคณะจัดให้พวกผม-บรรดานักศึกษาแพทย์ปี ๕ ที่กำลังจะกลายร่างเป็น Extern เร็ว ๆ นี้-มีวันหยุด ๑ สัปดาห์เพื่อเตรียมตัวสอบ "การประเมินความรู้ความสามารถในการประกอบวิชาชีพขั้นที่ ๒" หรือที่พวกเราเรียกกันเท่ ๆ เลียนแบบต่างประเทศว่า "National Test (NT)" เพื่อน ๆ ผมส่วนมากก็ตั้งหน้าตั้งตาอ่านหนังสือกันยกใหญ่ เพราะ NT เป็นข้อบังคับที่แพทย์ทุกคนจะต้องสอบผ่านเพื่อได้ใบประกอบวิชาชีพ บางคน-ด้วยความมั่นใจในความรู้-ก็ถือเอาเวลาช่วงนี้ไปเที่ยวต่างประเทศเก็บเป็นความประทับใจก่อนขึ้นปี ๖ ซึ่งใครคนนั้นอาจจะคิดถูกก็ได้เพราะนี่อาจจะเป็นโอกาสสุดท้ายที่จะได้ท่องเที่ยวก่อนเรียนจบก็เป็นได้...

ส่วนตัวผมเองนั้น, ขอยึดทางสายกลางเป็นที่ตั้ง โดยใช้เวลา ๒ สัปดาห์ว่าง ๆ นี้เพื่ออ่านหนังสือทบทวนความรู้ให้สอบผ่าน (แบบชิว ๆ ก็พอ) และเตรียมตัวขึ้นชั้นปี ๖ ที่ชีวิตการทำงานและชีวิตความเป็นอยู่คงเปลี่ยนแปลงไปจาก ๒ ปีที่ผ่านมาอย่างมาก รวมทั้งแบ่งเวลาบางส่วนไว้สำหรับการพักผ่อนเล็ก ๆ น้อย ๆ อันได้แก่ การออกกำลังกาย, อ่านหนังสืออ่านเล่น, ออกไปหาสถานที่สวย ๆ เพื่อถ่ายรูป, และรับประทานอาหารอร่อย ๆ 

ซึ่งเร็ว ๆ นี้ ผมก็ได้มีโอกาสทำสิ่งหนึ่งที่ผมมักจะทำประจำเวลาต้องประสพกับวันว่าง ๆ ที่สุ่มเสี่ยงต่อการเตลิดเปิดเปิงทางความคิดและสถานการณ์ที่ต้องการกำลังใจอย่างสุงสุด (เช่นการสอบ) นั่นก็คือการเข้าวัดไหว้พระทำบุญเพื่อเสริมสร้างแรงกายแรงใจให้ตนเองและทำจิตใจให้ปลอดโปร่ง มีช่วงสงบ ๆ เพื่อรักษาสติและสร้างสมาธิให้กับตัวเอง

แต่การเข้าวัดครั้งนี้พิเศษกว่าการเข้าวัดครั้งอื่น ๆ เพราะเป็นครั้งแรกที่ผมจะเดินทางไปนมัสการพระประธานทั้งหมด ๖ วัดในวันเดียว (จริง ๆ อยากไป ๙ วัดแต่เวลาและสังขารไม่อำนวย) การเดินทางครั้งนี้จะเป็นอย่างไรลองติดตามไปกับผมเลยนะครับ

 

ผมเริ่มออกจากรพ.ศิริราชเวลาประมาณ ๑๑ โมง จากแยกศิริราชผมขึ้นรถแท็กซี่แล้ววิ่งมาตามถนนอรุณอัมรินทร์มุ่งหน้าไปทางวัดอรุณฯ (เป้าหมายแรกของการเดินทาง) ไม่นานนักก็จะพบกับร้าน "ลุง" ก๋วยเตี๋ยวอยุธยาเจ้าอร่อยที่ตั้งอยู่ก่อนถึงซอยทางเข้าวัดอรุณฯ สังเกตง่าย ๆ คือร้านจะอยู่ตรงหัวมุมซอยโรงเรียนทวีธาภิเษก คนละฝั่งกับวัดเครือวัลย์ อยู่เยื้องกับกรมอู่ทหารเรือครับ

 

ภายในร้าน...อาจจะร้อนสักหน่อย แต่ได้บรรยากาศดีจริง ๆ ครับ

 

ตอนเที่ยง ๆ ที่นี่คนจะมากินกันเยอะมาก แม่ค้าลวกก๋วยเตี๋ยวกันมือระวิง เด็กเสิร์ฟวิ่งว่อนเลยทีเดียว แต่ไม่ต้องห่วงครับ...ก๋วยเตี๋ยวรอไม่นาน แถมในร้านยังมีหมูสะเต๊ะนุ่มราคาไม้ละ ๓ บาทกับลูกชิ้นหมูปิ้งแสนอร่อยราคาไม้ละ ๖ บาทให้นักชิมอย่างเรา ๆ ท่าน ๆ สั่งมารับประทานรองท้องรอก๋วยเตี๋ยวไปพลาง ๆ ก่อนด้วย  

 

จุดเด่นของก๋วยเตี๋ยวร้านลุงนอกจากจะเป็นสูตรโบราณดั้งเดิมที่ขายอยู่ในราคาชามละ ๑๒-๑๕ บาทแล้ว สิ่งที่ผมประทับใจมาก ๆ ก็คือหมูหมักรสชาติเข้มข้นเข้าเนื้อที่ใส่มาในชาม ทั้งนุ่มทั้งหอม น้ำซุปก็อร่อยถึงใจเข้ากันอย่างมากกับผักบุ้งกรอบ ๆ ที่สำคัญยังสะอาดถูกหลักอนามัยอีกด้วยครับ เมนูที่ผมเลือกสั่งเป็นประจำเลยคือเส้นใหญ่แห้ง มาแบบดูโอกับเกาเหลาหมูน้ำตกครับ ลองดูแล้วจะติดใจ ชามอาจจะดูเล็กไป แต่ผมเองกินสามชามก็อิ่มแปร้แล้ว รวมราคาก็แค่ ๓๙ บาทเท่ากับก๋วยเตี๋ยวทั่ว ๆ ไป แต่ร้านลุงอร่อยกว่าแยะ...เรียกได้ว่าคุ้มค่าเกินราคาจริง ๆ

ร้าน "ลุง" เปิดบริการตั้งแต่ ๘ โมงเช้า คอยรอรับบริการคนรักก๋วยเตี๋ยวเรือทุกวันไม่เว้นวันหยุด (ยกเว้นวันลุงอยากหยุดเอง) เพิ่มเติมนิดนึงก็คือ ก๋วยเตี๋ยวเรือจะมีบริการถึง ๖ โมงเย็นเท่านั้น หลังจากนี้จะเป็นเวลาของอาหารเย็นมื้อหนักของคนกรุงอย่างข้าวต้มกุ๊ยกับอาหารตามสั่ง ซึ่งผมก็ได้ไปชิมมาเรียบร้อย...รสชาติและความคุ้มค่าก็ไม่แพ้ก๋วยเตี๋ยวอยุธยาตอนกลางวันเลยล่ะครับ ใครชื่นชอบแบบไหนก็เลือกมาให้ถูกเวลาได้ตามสะดวกเลยครับ...

พอกายพร้อมกินอิ่มเต็มถังแบบนี้ก็ได้เวลาออกเดินทางสู่เส้นทางเพื่อยกระดับจิตใจเสียที

เท่าที่ผมทราบมา, แต่ดั้งเดิมการทำบุญ ๙ วัดในกรุงเทพฯ จะประกอบไปด้วยวัด ๗ วัด และศาลอีก ๒ ศาล คือศาลหลักเมือง (ตัดเคราะห์ต่อชะตาเสริมวาสนาบารมี) และศาลเจ้าพ่อเสือ (เสริมอำนาจบารมี) โดยจะสักการะบูชาเรียงลำดับจากศาลเจ้าพ่อหลักเมือง, วัดพระแก้ว, วัดโพธิ์วัดอรุณฯ วัดระฆังฯ, วัดชนะสงคราม, ศาลเจ้าพ่อเสือ, วัดสุทัศน์ฯและวัดสระเกศ ขณะที่การไหว้พระ ๙ วัดที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยมาโปรโมตใหม่เร็ว ๆ นี้จะประกอบไปด้วยวัดที่เป็นอารามหลวง ๙ แห่งทั้งหมด ซึ่งได้แก่ วัดพระแก้ว, วัดบวรฯ, วัดสระเกศ, วัดโพธิ์, วัดสุทัศน์, วัดชนะสงคราม, วัดอรุณฯ, วัดระฆังฯ และวัดกัลยาณมิตร โดยแต่ละวัดจะมีคติความเชื่อสำหรับผู้มากราบไหว้บูชาแตกต่างกันไป

ส่วนตัวแล้วคิดว่าไม่ว่าแบบไหนความสำคัญอยู่ที่ตัวคนทำบุญไหว้พระมากที่สุดครับ ถ้าเราทำด้วยจิตใจบริสุทธิ์ ยึดถือในความดีงามแล้วล่ะก็ ต่อให้ทำบุญแค่วัดเดียว หรือเพียงตื่นเช้ามาใส่บาตรก็ทำให้จิตใจเราอิ่มเอมได้เหมือนกันครับ... 

 

วัดแรกที่ผมมาถึงก็คือวัดอรุณราชวรารามหรือวัดแจ้ง เป็นพระอารามหลวงชั้นเอกที่มีพระปรางค์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก สูง ๓๓ วาเศษ ประดับด้วยชิ้นกระเบื้องเคลือบสีต่าง ๆ ผมใช้เวลาที่วัดอรุณค่อนข้างมากเพราะวิวรอบ ๆ ที่มองออกมาจากพระปรางค์นั้นสวยงามมากเหลือเกิน

หลังจากการสักการะพระพุธธรรมมิศรราชโลกธาตุธรรมดิลก-ประธานที่ประดิษฐานในพระอุโบสถ-ขอพรให้ตนเองมีชีวิตที่เจริญรุ่งเรืองแล้ว  เดินต่ออีกนิดไปทางท่าน้ำในวัดจะมีเรือสำหรับบริการผู้คนที่ต้องการเดินทางไปวัดระฆังโฆสิตาราม และวัดกัลยาณมิตร เนื่องจากวัดระฆังฯ เป็นวัดที่อยู่ใกล้กับศิริราชและเป็นวัดที่ผมไปเป็นประจำ ผมจึงเลือกที่จะไปวัดกัลยาณมิตรซึ่งไม่เคยไปมาก่อนเพื่อกราบขอพรจากหลวงพ่อโต-พระประธานเป็นพระพุทธรูปปางปาลิไลยก์แห่งเดียวในไทย-ให้เดินทางปลอดภัยและมีมิตรที่ดีอยู่รอบข้างมาก ๆ สมกับชื่อวัดไงล่ะครับ

 

วัดที่เหลืออีก ๔ วัดคือ วัดชนะสงคราม, วัดสุทัศนเทพวราราม, วัดบวรนิเวศวิหาร และวัดสระเกศ (ภูเขาทอง) ตั้งอยู่ทางฝั่งพระนครทั้งหมด จึงต้องอาศัยรถแท็กซี่จากวัดกัลยาณมิตรมายังวัดชนะสงครามเพื่อกราบบูชาพระพุทธนรสีห์ขอมีชัยชนะต่ออุปสรรคทั้งปวง ดังที่รัชกาลที่ ๑ โปรดเกล้าฯให้เป็นวัดพระสงฆ์ฝ่ายรามัญ เพื่อให้เกียรติแก่ทหารมอญในกองทัพของสมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท ซึ่งมีชัยชนะต่อข้าศึกถึง ๓ ครั้ง

ตอนนี้มีคนมาไหว้พระตามวัดต่าง ๆ พอสมควร การเดินทางค่อนข้างลำบากเพราะรถติดเหมือนกันครับ แต่เห็นบรรยากาศแล้วก็อดดีใจไม่ได้ที่แม้เศรษฐกิจจะไม่ดีแต่คนไทยก็ยังมาทำบุญกันเยอะมาก

จุดหมายถัดไปคือวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร-วัดประจำรัชกาลที่ ๘-ครับ ผมนั่งตุ๊กตุ๊กมาถึงหน้าวัดสุทัศน์สิ่งแรกที่สะดุดตาก็คือภาพเสาชิงช้าที่ตั้งตระหง่านตัดกับท้องฟ้าที่สีกำลังเข้มได้ที่ เลยถือโอกาสอู้เก็บภาพเสาชิงช้าสักสองสามภาพจนได้รูปสวย ๆ แล้ว ก็เข้าไปกราบสักการะพระพุทธศรีศากยมุนีพระประธานในพระวิหาร และพระพุทธตรีโลกเชษฐ์พระประธานในพระอุโบสถขอให้ตนเองเป็นคนมีวิสัยทัศน์และมีเสน่ห์แก่คนทั่วไป (ข้อนี้ชอบ ^ ^')

 

จากนั้นอยากลองเปลี่ยนบรรยากาศดูบ้าง เลยตัดสินใจเดินเท้าไปทางถนนดินสอข้าง ๆ ศาลากรุงเทพมหานคร แวะเติมพลังที่มนนมสดด้วยขนมปังกับนมอุ่น ๆ แล้วเดินผ่านอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยและโรงเรียนสตรีวิทยา ใช้เวลาประมาณ ๒๐ ถึง ๓๐ นาทีสู่วัดบวรนิเวศวิหาร เพื่อขอพรจากพระประธานให้ชีวิตของเราได้พบเจอแต่สิ่งดี ๆ

ผมมาถึงที่วัดเป็นเวลา ๕ โมงกว่า ๆ ประตูอุโบสถถูกปิดไปแล้ว จึงพลาดโอกาสสักการะพระพุทธชินสีห์ภายในพระอุโบสถไปอย่างน่าเสียดาย

 

วัดสุดท้ายที่ผมได้ไปสักการะก็คือวัดสระเกศ หรือที่คนไทยเรียกกันติดปากว่าภูเขาทอง นับเป็นครั้งแรกที่ผมได้ขึ้นมากราบบูชาพระบรมสารีริกธาตุและพระมหาเจดีย์เพื่อเสริมสร้างให้ตนเองมีความคิดที่ดี โชคดีของผมที่มาถึงภูเขาทองช่วงที่แสงอาทิตย์อ่อนกำลังลงใกล้จะลับขอบฟ้า อากาศในขณะนั้นทั้งสงบและเย็นสบายมาก ๆ เหมาะแก่การทำสมาธิจริง ๆ

เดินมาทั้งวัน ตอนนี้ก๋วยเตี๋ยว ๓ ชามกับลูกชิ้นหมู ๕ ไม้เมื่อตอนกลางวันมันละลายหายไปหมดแล้วล่ะครับ ท้องจ๊อก ๆ เรียกร้องให้หาของอร่อย ๆ มาเซ่นมันอีกแล้ว

ผมจึงเดินกลับไปทางวัดสุทัศน์อีกรอบเพื่อไปยังร้านอาหารเก่าแก่แต่รสชาติทันสมัยไม่ตกยุคที่ชื่อว่า "มิตรโกวหย่วน" (อยู่ตึกแถวเดียวกับมนนมสดนั่นแหละครับ) ระหว่างทางได้ภาพพระอาทิตย์ดวงโต ๆ มีฉากหน้าเป็นเสาชิงช้าแบบซิลลูเอตมาฝาก อิ่มแล้วก็นั่งแท็กซี่กลับศิริราช ถึงหอประมาณทุ่มครึ่ง รวมเวลาเดินทางทั้งหมดเกือบ ๆ ๘ ชั่วโมงครึ่ง...อ้า ได้เวลาอาบน้ำเตรียมตัวนอนเสียที

 

ครั้งนี้นับเป็นการทำบุญที่เหนื่อยกาย และเมื่อยแข้งมาก ๆ แต่มีความสุขครับ เพราะตลอดการเดินทางมีแต่ความทรงจำดี ๆ ทั้งนั้น

อยากเชิญชวนเพื่อน ๆ ชาวพุทธทุกคน...วันไหนว่างเว้นจากการทำงาน หรือมีเหตุการณ์แย่ ๆ มากระทบจนจิตใจหดหู่ ไม่มีสมาธิ ขาดกำลังใจ ก็ลองเข้าวัด-ที่มีอยู่มากมายในกทม.-เพื่อไปทำบุญ ไหว้พระขอพร และฝึกสมาธิดูนะครับ...

เพราะการเข้าวัดเปรียบเสมือนการสร้างที่พึ่งพิงให้แก่ตนเอง การทำบุญทำให้รู้จักความเสียสละและปล่อยวาง จิตใจของเราจึงถูกยกระดับขึ้นและรู้สึกปลอดโปร่ง มีสมาธิรวมทั้งกำลังใจในการดำรงชีวิตและต่อสู้กับอุปสรรคมากขึ้นครับ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เป็นกำลังใจให้คะ

ขอให้คะแนนสอบออกมาดี

ว่าแต่ NT National Test

ชื่อแอบเหมือนNTที่เคยสอบตอนเด็กๆbig smile
ภาพถ่ายสวยมากเลยค่ะ ถ่ายเองเหรอคะ เก่งมากเลย

ตอนนี้ก็เครียดกับ NT เหมือนกันค่ะ อ่านไม่ทันแย้ว><''

ไงก็สู้ๆนะคะ เป็นกำลังใจให้สอบผ่านกันทั้งหมด

ปล.ขอแอดบลอคนะคะconfused smile

#2 By Lavenya on 2009-03-12 17:43

เหนื่อยกาย
สงบจิต

ภาพสวยครับ big smile

#3 By tiew@fine on 2009-03-12 21:13

ดีนะ น่ารื่นรมย์ดี
ตอนนี้ก็อยู่หอนั่นแหละ
และไม่ได้เครียด NT

#4 By mutsuki on 2009-03-12 21:58

อ่านแล้วอยากกินก๋วยเตี๋ยวขึ้นมาเลยค่ะ

ว่าแต่ก๋วยเดี๋ยวอยุธยา มันต่างกับก๋วยเตี๋ยวอย่างอื่นยังไงเหรอคะ?? (เคยกินแต่ก๋วยเตี๋ยวสุโขทัย ><)

#5 By ohohoh on 2009-03-13 10:54

เป็นกำลังใจให้เรื่องสอบนะคะ

----

ภาพสวยมากๆเลยค่ะ

เห็นแล้วหิวเลยแฮะก๋วยเตี๋ยวเรืออยุธยาbig smile

#6 By .-.Chill.-. on 2009-03-13 12:48

ตอบคุณ ohohoh

เนื่องจากผมไม่ใช่คนเชี่ยวชาญด้านก๋วยเตี๋ยว...พูดตามตรงครับว่าไม่ทราบเหมือนกัน

แต่เท่าที่ไปชิมมาคำว่า "อยุธยา" ของร้านนี้น่าจะหมายความว่ามาจากอยุธยามากกว่าเพราะโดยรวมรูปลักษณ์หน้าตาก๋วยเตี๋ยวก็เหมือนก๋วยเตี๋ยวเรือทั่ว ๆ ไปน่ะครับ

เพียงแต่ถูกและอร่อยกว่ามาก ๆ เท่านั้นเอง

Hot!

#7 By Highwind on 2009-03-13 14:22

นางแบบสวยจังนะคะ ะ ะ ะ cry

#8 By LiTt|e`r3d`r|diNg`h0od on 2009-03-13 15:25

ึ่พึ่งมาสงสัย ใครไปเที่ยวเมืองนอกกันนะ แนวกว่าเราอีกอ่ะ
เราไปแค่เกาะช้าง question
กลับมาก็เริ่มจะลนแระเนี่ย -__-"

#9 By LiTt|e`r3d`r|diNg`h0od on 2009-03-13 15:26

^
^
^
ได้ยินว่าต้าร์ไปหลวงพระบางอ่ะ

โห ๆ ไปเกาะช้างไม่ชวนอ่ะ จะได้ไปถ่ายรูป extern ให้ซะเลย ฮิฮิ

#10 By Highwind on 2009-03-13 17:03

เป็นกำลังใจให้อีกคนค่ะbig smile

#11 By thinkking on 2009-03-13 19:32

อยากไปบ้างจังHot! Hot! Hot!

#12 By zero-be on 2009-03-13 23:44

เข้ามาเป็นกำลังใจให้นะคร้าบบบ

ว่าที่คุณหมอ big smile

เห็น กรุงเทพฯ แล้วอย่าว่าแต่วัดเลยฮะ ไปไหนข้าน้อยก็หลง
แบบว่าบ้านนอกจัด ไม่ค่อยได้เข้ากรุง

#13 By Piyato on 2009-03-16 02:53

มันคุ้น ๆ นะไอ้เอนทรี่นี้ หุหุ

ยินดีกับการเป็นเอกเทิร์นใหม่นะจ๊ะ เหอ ๆ

ปล. อ.ที่ออกโอพีดีด้วยนี่น่ากลัวเนอะ

#14 By ~*LuCReZiA*~ on 2009-03-21 23:25

Favourites