ตอนนี้ Blog Tag กำลังระบาดหนักเชียว ใครยังไม่โดน tag หรือไม่รู้ว่ามันคืออะไรก็พิจารณาตัวเองได้แล้วนะครับ (ล้อเล่น)

ผมเองโดนมา 3 tag เต็ม ๆ จาก

http://testsuto.exteen.com/ - บัดดี้

http://mutsuki.exteen.com/- บี

http://mastermune.exteen.com/ - คุณมาสเตอร์มูเนะ

ขอบคุณทั้ง 3 คนมากเลยนะครับที่นึกถึงกระผม Blog tag ของพวกท่านทั้ง "โดน" และทั้ง "ได้" ใจผมมาก วันนี้ก็เลยถือโอกาสอัพบล๊อคสไตล์ "แท็ค" ตอบเลยละกันนะครับ

1. ว่าด้วยเรื่องชื่อ

"Highwind" เป็นชื่อนามสกุลของตัวละครในเกมภาษาสุดโปรดอย่างไฟนอลแฟนตาซี ซึ่งชื่อของตัวละครคนนี้ก็คือ "ซิด ไฮวินด์" นักวิศวกรอัจฉริยะผู้ใช้หอกเป็นอาวุธ สิ่งที่ผมติดใจในคน ๆ นี้นอกจากนิสัยเป็นคนจริงและพึ่งพาได้แล้ว ซิดกับผมยังมีความฝันร่วมกันด้วยก็คือการได้เป็นนักบินอวกาศ

ณ ปัจจุบัน, ซิดทำความฝันดั้งเดิมของเขาสำเร็จเรียบร้อยแล้วและกำลังตามหาฝันอันใหม่ไปเรื่อย ๆ ส่วนฝันของผมคงต้องพับเก็บใส่กระเป๋าไปก่อน (ชั่วคราว)

"ก้อง" เป็นชื่อที่คนรอบข้างใช้เรียกผม (อาจจะมีการเติม prefix หรือ suffix บ่างอย่างขึ้นกับความสนิทสนม) จริง ๆ คุณแม่กะจะเรียกลูกชายคนแรกและคนเดียวของท่านว่า "หัวปลี" ครับ โชคดีที่คุณป้ายืนยันอย่างหัวเด็ดตีนขาดที่จะเรียกผมว่าก้อง (เพราะร้องเสียงดัง) ไปเสียก่อน ไม่งั้น...

"ทสิวัฒน์" เป็นชื่อในทะเบียนบ้าน บัตรประชาชน บัตรนักศึกษา ฯลฯ ของผม ที่มาที่ไปของชื่อนี้ก็คือตอนเพิ่งเกิดมีหมอดูทำนายว่าผมจะเป็นคนใจร้อน หงุดหงิดง่าย ต้องแก้โดยการไปฝากตัวเป็นลูกของพระสงฆ์ที่มีจิตใจสงบ ซึ่งพระที่พ่อแม่พาผมไปฝากก็คือ "สมเด็จพระญาณสังวร" ครับ ท่านทรงตั้งชื่อให้โดยมีความหมายว่า "ผู้มีความเจริญ"

ส่วนเรื่องใจร้อนไม่ใจร้อนนี่ ลองถามเพื่อน ๆ ดูดีกว่า

2. ว่าด้วยเรื่องความกลัว

ผมเป็นคนกลัวแมลงสาบ...กลัวมากชนิดอย่าได้เข้ามาอยู่ในลานสายตาเลยดีกว่า ถ้าผมหาอุปกรณ์มาฟาดมันให้บี้แบนไม่ได้ ก็จะเป็นผมที่วิ่งหายไปก่อน

เรื่องของเรื่องก็คือสมัยประถมสี่ผมจะพกกระติกน้ำไปโรงเรียนด้วย และอยู่มาวันหนึ่งผมก็กินน้ำเหมือนเคยโดยไม่ได้ใจเลยแม้แต่น้อยว่าภายในกระติกจะมีแมลงสาบ-ที่ถูกบดทับด้วยก้อนน้ำแข็ง และหนาวซีดเพราะความเย็น-นอนอย่างไร้วิญญาณอยู่!!!

กว่าจะรู้ตัวก็เมื่อผมเปิดฝากระติกหมายจะเทน้ำแข็งออกมากิน แต่กลับต้องพบกับซากแมลงสาบครึ่งตัวหล่นผลุงลงมาในแก้ว

จากนั้น, ทั้งผม กระติกน้ำใบเก่า แมลงสาบและแมลงอื่น ๆ ที่มีความยาวลำตัวมากกว่า 3 เซนติเมตรก็แยกทางจากกันครับ

ว่าแต่...วันนั้นมีใครกินน้ำในกระติกผมบ้างน้อ

3. ว่าด้วยเรื่องความรักครั้งแรก

ผมยังจำได้ดี, สาวคนแรกที่ทำให้หัวใจของผมพองโตเป็นคนผิวคล้ำ แก้วยุ้ย ตัวอ้วนจ้ำม่ำ และอยู่อนุบาลสอง
จริง ๆ ถ้าพูดว่าเป็นความประทับใจในสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไปจะดีกว่าใช้คำว่าความรักนะครับ เพราะผมยังอดสงสัยไม่ได้ว่าเด็กตัวเล็ก ๆ ในวัยห้า-หกขวบจะมีความรู้สึกแบบนี้ได้อย่างไร

แต่ในเมื่อมันเกิดขึ้นมาแล้ว ตามประสาชายฉกรรจ์...ก็ต้องลุยกันซักหน่อย

วิธีการจีบสาวของผมก็บื้อ ๆ ทื่อ ๆ ครับ...เล็งเป้าหมายแม่น ๆ แล้วเดินเข้าไปกอดเลย!!!

ผลก็คือ...แห้วสิครับ

อย่างไรก็ตาม เราก็ยังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันจนกระทั่งไม่ได้เจอกันอีกเมื่อจบประถมหก

ไม่รู้ตอนนี้เธอคนนั้นไปอยู่ที่ไหนแล้วสินะเนี่ย

4. ว่าด้วยเรื่องเป้าหมายของการเรียนแพทย์

คนภายนอกจำนวนมากมักจะมองคนเรียนแพทย์ว่าต้องมีความพยายามและตั้งใจมาตั้งแต่ต้น มีความฝันตั้งแต่เด็ก จึงจะก้าวเข้ามาเดินในหนทางนี้ได้ ยิ่งตัวผมซึ่งเป็น "เด็กซิ่ว" แล้ว มันแทบจะเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เลยที่จะถูกมองด้วยความเชื่อดังกล่าว แต่ในความเป็นจริงมันอาจจะไม่ได้เป็นอย่างนั้นก็ได้ อย่างน้อย ๆ เรื่องราวของตัวผมก็เป็นตัวอย่างที่ดี

เพราะตั้งแต่เด็กผมไม่เคยคิดอยากเรียนหมอมาก่อนเลยแม้แต่น้อย

มองด้วยสายตาของตัวเองในปัจจุบันต่อชีวิตช่วงมัธยมปลาย ผมยอมรับเลยว่าตนเองใช้เวลาอย่างเปล่าประโยชน์ค่อนข้างมาก ผมอาจจะสอบได้คะแนนดี ไม่เคยส่งงานล่าช้า ไม่เคยมีปัญหาเรื่องความประพฤติ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นมันทำให้ผมไม่มีช่องว่างมากพอที่จะทำความรู้จักตัวเองอย่างถ่องแท้ ผมจึงเลือกเดินไปบนหนทางที่คนส่วนใหญ่มักจะทำกันนั่นก็คือให้ "คะแนน" เป็นตัวชักพา

แรกเลยผมคิดจะเลือกวิศวะ เหตุผลที่ยกมาอ้างอาจจะมีมากมายแต่ลึก ๆ แล้วก็คือ ผมไม่รู้จะเลือกอะไร ใคร ๆ ก็เลือกกัน และที่สำคัญ...เพราะคะแนนมันถึง

แต่กับช่วงว่างของปิดเทอมครั้งสุดท้ายสำหรับชีวิตเด็กมัธยม ได้ทำให้ผมได้มีเวลาฉุกคิดถึงอนาคตที่รออยู่เบื้องหน้า รวมถึงได้ลองถามความต้องการที่แท้ ๆ ของตัวเอง และผมก็พบว่าอยากมีงานที่อิสระ ได้ใช้ความรู้ในการดูแลครอบครัว และมีเวลาอยู่บ้านมาก ๆ

เอนทรานซ์ครั้งแรกในชีวิต, ผมจึงเลือกเรียนเภสัช เพราะว่าเข้าข้อกำหนดและยังได้สืบต่อกิจการร้านขายยาของคุณพ่อคุณแม่ด้วย

พอเรียนไปได้ครึ่งเทอม ได้คุยกับคนหลาย ๆ คนถึงวิธีการเรียน วิธีการทำงานก็เริ่มรู้สึกว่าอันนี้อาจจะไม่ใช่ทางของผมจริง ๆ ก็ได้ ตอนนั้นก็เริ่มคิดจะย้ายคณะแต่ถ้าถามว่าไปไหน...ไม่รู้หรอก คิดแต่ว่าอะไรก็ได้ที่เป็นหลักให้คนในครอบครัว

ไม่นานอารมณ์อยากเรียนหมอก็เข้ามา

ผมเป็นคนตัดสินใจอะไรรวดเร็วพอคิดได้ว่าจะทำอะไรก็จะลงมือในทันที ยิ่งพอได้ไฟเขียวจากคุณพ่อคุณแม่ก็ไม่คิดอะไรแล้ว ปีนั้นสมัครฝึกงานที่ศิริราช (ปีผมต้องใช้การฝึกงานเพื่อสมัครสอบศิริราช ปัจจุบันไม่ต้องใช้แล้ว) โดดเรียนตอนเช้าที่คณะอยู่ประมาณสิบวัน แล้วก็ตั้งหน้าตั้งตาอ่านหนังสือเอนทรานซ์ใหม่

ผลสุดท้ายก็สอบติดศิริราชได้เรียนหมอสมใจ

กับอนาคตก่อนเรียนจบแพทย์อีกประมาณสี่ปี...ผมก็ได้แต่หวังว่า "ความฝันที่อยากได้มีโอกาสดูแลครอบครัว และเป็นที่พึ่งให้พ่อและแม่ในยามที่พวกท่านแก่เฒ่า" จะเป็นความจริง

5. ว่าด้วยเรื่องคนที่ผมเป็นห่วงมากที่สุด

ผมมีน้องสาวตัวเล็ก ๆ ที่อายุห่างกันสี่ปีอยู่คนหนึ่ง ผมตั้งชื่อให้เธอว่า "กั้ง" ตอนนี้เธอกำลังจะจบมัธยมปลายและพยายามค้นหาหนทางการเรียนต่อของตัวเอง

ตั้งแต่เด็กผมกับน้องจะสนิทกันมาก เรามักจะทำอะไรด้วยกันเสมอ ทั้งเล่นเกม ทั้งอ่านหนังสือการ์ตูน ความเป็นพี่เป็นน้องเกิดขึ้นเพราะความแตกต่างทางด้านอายุเท่านั้น แต่โดยรวมแล้วเราเป็นเพื่อนกันมากกว่า

แต่ในช่วงหนึ่ง-อาจจะเพราะความเปลี่ยนแปลงทางด้านสังคม ร่างกาย และความคิด-ของการเข้าสู่วัยรุ่น เราทั้งสองก็ค่อย ๆ ห่าง ๆ กันไป

ความน่ากลัวของเวลาก็คือมันจะเคลื่อนผ่านเราไปอย่างช้า ๆ เงียบเชียบ แต่ไม่เคยหยุดหย่อน และกว่าจะรู้ตัวว่าสิ่งใดกำลังเกิดขึ้น...มันก็สายไปแล้ว

ผมไม่ได้เป็นทั้งตัวอย่างและพี่ชายที่ดีให้กับน้องคนนี้เลย

สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะส่งผ่านหน้าบล็อกไปหาน้องสาว-ที่กำลังจะมีอายุครบสิบแปดปี เร็ว ๆ นี้-ก็คือ...

"พี่ยังรักและเป็นห่วงน้องกั้งอยู่เสมอ สำหรับเรื่องเรียนมหาลัย จริง ๆ พี่อยากให้กั้งเข้าเรียนที่ศิริราชนะ ไม่ใช่ว่าการเรียนหมอไม่ลำบาก...ลำบากแต่ว่ามันก็ไม่ได้เลวร้ายถึงขนาดที่เราจะหาความสุขใส่ตัวไม่ได้เลย อย่างน้อย ๆ เราจะได้เรียนที่เดียวกัน พูดภาษาเดียวกัน มีปัญหาอะไรก็ปรึกษากันได้ อนาคตเราจะฮุบกิจการคุณพ่อคุณแม่มาเปลี่ยนจาก ร้านขายยาสองเภสัชกร มาเป็นคลินิกสองแพทย์ ดีไหมล่ะ

แต่ถ้าจะเลือกอย่างอื่นก็ไม่ว่าหรอกนะ เพียงแต่ขอให้คิดดี ๆ แล้วพยายามอย่างเต็มที่ละกัน

เรื่องเรียนไม่มีอะไรต้องเป็นห่วงอยู่แล้ว แต่ชีวิตคนเรายังมีอะไรอีกมาก เรียเก่งอย่างเดียวใช่ว่าจะอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข ที่สำคัญคือต้องมีความเข้าใจคนรอบข้างด้วย รู้จักปล่อยวางเสียบ้าง

น้ำตาไม่ใช่ทางออกของทุกสิ่ง

สุขสันต์วันเกิดนะ"

 


 

 

 

ไม่รู้ว่าแท็กสไตล์ผมจะเครียดไปหรือเปล่านะครับ แต่ทั้งหมดข้างบนก็เป็นหนึ่ง (ในหลาย ๆ อย่าง) ที่ผมอยากจะมาแลกเปลี่ยนกับเพื่อน ๆ ในนี้น่ะ

หวังว่าคงรู้จักกันมากขึ้นนะ

เอ้า...แปะรายชื่อ 5 คนถัดไป

http://nagi.exteen.com/- น้องสาวผมเอง...ใครที่เฝ้าติดตามบล็อกของเธอก็รอไปอีกหน่อยนะครับ ตอนนี้กำลังหน้าดำคร่ำเคร่งกับการอ่านหนังสือ และ...เล่นเกม (อ้าวเฮ่ย)

http://choc.exteen.com/- แปม...เราชอบการเขียนแนว "คลั่ง" ของแกจริง ๆ อ่านแล้วได้อารมณ์พิลึก

http://shinyanomiko.exteen.com/- ชินยะซัง...เพื่อนร่วมบอร์ดผู้เชี่ยวชาญภาษาญี่ปุ่น

http://raynartz.exteen.com/- อาร์ท...จะแฉประวัติความห่ามตอนอยู่ "บ้านนอก" ก็ได้นะไม่มีใครว่า

http://ohohoh.exteen.com/- คุณโอ้โฮโฮะ...นักรีวิวเกมและแอนิเม อยากรู้เรื่องการใช้ชีวิตในญี่ป่นจังเลย

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet



ตอนแรกเราก็จะ "tag" แกนะ แต่เราว่าต้องมีคนทำแล้วแน่ ๆ

เราก็โดนแท็กเหมือนกัน ไม่รู้ได้เข้ามาอ่านรึเปล่า 555+

ส่วนเรื่องแมลงสาบ...น่ากลัวนะ เราน่าจะเล่าเรื่องแมงมุมบ้า อึ๋ยส์!!!

#1 By ~*LuCReZiA*~ on 2007-01-13 14:01

ผม tag ใส่พี่ก้องไปด้วยละ
ข้อ 5 นี่พูดตรงๆ เลย ซึ้ง ผมก็มีน้องเหมือนกัน เรียนอยู่ ม.2 ห่างกันตั้ง 6 ปี - -"

#2 By bank-Ultima on 2007-01-13 21:01

ไอ๊หยา ขออภัยค่ะ ได้รับแท็กไปครบทั้งสองบล๊อกเสียแล้วค่ะ ต้องขออภัยจริงๆเพราะหมดมุขไม่รู้จะเขียนอะไรอีกตั้ง 5 ข้อแล้ว orz

ข้าพเจ้าก็กลัวแมลงสาปค่ะ กลัวขนาดสมัยอยู่ที่ญี่ปุ่น (ปัจจุบันอยู่ไทยแล้วค่ะ) พอหน้าร้อนทีต้องหนีกลับไทย ไม่ใช่ว่าแมลงสาปที่ไทยน้อยกว่าที่ญี่ปุ่นหรอกค่ะ แต่อยู่บ้านแล้วมันมีคนมาช่วยเผชิญหน้าแทนเรามากกว่า
แต่ถ้าเทน้ำออกมาแล้วเจอตัวดำๆหลุดมาด้วยนี่......ข้าพเจ้ามีความมั่นใจว่าตัวเองจะสามารถเทเลโพทจากจุดเดิมได้ทีเดียว 5 เมตรเลยค่ะ (น้องยืนยัน)

#3 By ohx3 on 2007-01-13 21:32

กลัวแมลงสาปเหมือนกันฮ่ะTwT เมื่อก่อนยังไม่กลัวมากเท่านี้ แต่ตอนป.5โดนมันไต่คอเพราะไม่รู้ว่าอยู่ในผ้าเช็ดตัว.....TTwTT

ยังไงก็ขอให้ว่าที่คุณหมอก้องกับน้องกั้งประสบความสำเร็จกับการเรียนสมกับที่ตั้งใจนะ^w^

แอบดองTagก่อน โดนรอบ2ขอเวลาคิดเรื่องแฉ ฮาๆ

#4 By -shinya- on 2007-01-13 23:13

แมลงสาป เป็นความทรงจำที่สุดยอดมากเลยครับ

#5 By mastermune on 2007-01-13 23:20

ฮะๆ อ่านแล้วรู้จักแกมากขึ้นจริงๆแฮะ
กัวแมงสาบแล้วตอนปีสองแกอยู่รอดกะเรามาได้ไงวะ แลปไบโอเค็มน่ะ กร๊ากกกก
แกต้องtoleranceแล้วแหงๆตอนเนี้ย ไม่เชื่อลองไปเล่นจ้ำจี้กะแมงสาบแถวหอดูจิ เอิ๊กๆ
อ่า ข้อสุดท้ายเขียนแล้วซึ้งมากกว่าเครียดนะ อืม ซึ้งจริงๆ
อืม... ชั้นเพิ่งค้นพบตัวเองอ่ะนะ ว่าชั้นเขียนบล็อกแนว "คลั่ง" เออ เง็งเหมือนกันว่ะ สงสัยตอนเขียนคงระดมทั้งอารมณ์แรงกายแรงใจ เลยออกมาแนวเนี้ย กร๊ากกกกก
สุดท้ายและ (คราวนี้เมนท์ยาวชะมัด)
เราจะรีบไปอัพบล็อกแล้ว ตอนนี้โดนมา6tagแล้วว้อยยยย!!!!!

#6 By choc on 2007-01-14 02:19

แสดงว่า ที่เค้าว่า ถ้าแช่แข็งแมลงสาป เมื่อมันได้รับความร้อนอีกครั้งแล้วจะฟื้นก็ไม่จริงน่ะสิครับ

ถ้าผมมีน้องสาว ผมก็คงจะห่วง และหวงเหมือนกนครับ

#7 By เจ้าชายน้อย on 2007-01-14 12:01

tag ไม่เครียดหรอก อ่านแล้วฮา อุ๊บส์สส
ขำเรื่องความรักอ่ะ น่าอายที่สุดในโลกโลก ๆๆๆๆๆๆ ๆๆๆ ๆๆ....(เอกโค่)
แมลงสาบเนี่ยจะบอกว่าไม่กลัวเลยแหละ เมื่อก่อนชอบหยิบหนวดมาเล่น
ถ้าเมื่อไหร่เราทำท่ากลัวแปลว่าเรามารยา555
เพราะเราไม่ชอบฆ่า ทำเป็นกลัว คนอื่นจะได้จัดการให้
ส่วนเรื่องน้องสาว อ่านแล้วสะท้อนใจยังไงมะรุ พี่น้องกันบางทีแสดงออกให้เห็นว่าห่วงก็ดีนะ
ว่าแต่ยังไม่ทันไรจะฮุบกิจการพ่อแม่แล้วเหรอ

#8 By mutsuki on 2007-01-14 18:29

อยากบอกว่าผู้ชายหลายคนเกลีดแมลงสาบ(แต่ไม่ใช้เราเสียใจด้วย ในคณะมีเพื่อนเกลียดมันอีกมากมาย)
เหอะๆๆ ยิดีที่ได้อ่านและtagแก 555
ปล.สุดท้ายเราชอบข้อ 5 มาก แด่พี่ชายที่แสนดี(เราก้มีน้องสาวเหมือนกันเหอะ แต่เราไม่ห่วงมันเลยแอบเย่จัง)

#9 By ~TestsuTo~ テッツト on 2007-01-14 20:20

มานั่งอ่านบลอกชาวบ้านตอนตีสี่ เริ่มบ้าไปละ -*- นอนไม่หลับอย่างจริงจัง

ตอนนี้เลยนั่งอ่าน Series Blog Tag นี่ไปทุกคนเลย สนุกดี ได้ความรู้ (เรื่องชาวบ้าน) -*-

1. เรื่องชื่อแกนี่ไม่แปลกใจเลยซักนิด เพราะว่ายังไงพี่ก้องขาก้อต้องไฟนอลอยู่แล้ว ถึงเราจะไม่เคยดูไม่เคยเล่นเกมนี้เลยก้อเหอะ
2. ก๊ากๆ ๆ ตลกมากเลยอ่ะที่กัวแมลงสาบ . . -*- แซวเล่นไปงั้นแหละ จิงๆ ก้อมีหลายคนที่กลัวนะ แต่เราออกแนวขยะแขยงมันมากกว่า . . ไม่ถึงกับต้องวิ่งหนีอารายประมาณนั้น แต่มีสัตว์ชนิดหนึ่งที่เรากลัวมากกกกกกกกกกกกกก (ตัวไรดี) แม้แต่รูปก้อดูไม่ได้ สมัยเด็กๆ โดนแกล้งเอาสารานุกรมที่มีรูปมาวางไว้ กรี๊ดห้องสมุดแทบแตก -*-
3. รักครั้งแรก ห้าหกขวบ . . อืม . . แล้ววิธีการของแกนี่มันช่าง -*- จริงๆ เลย . . ผู้หญิงคนนั้นน่าสงสารเจรงๆ . .
4. ทีแรกก็คิดอย่างงั้นเหมือนกันนะ ว่าคนที่ซิ่วมานี่คงอยากจะเป็นหมอมาตั้งแต่เด็กอารายทำนองนั้น อืมๆ พึ่งเข้าใจๆ . . ขอให้ทำได้ตามความฝันที่อยากจะดูแลพ่อแม่นะ . . ดูแลท่านให้ดีดีด้วย . . ^.^
5. ซึ้งม๊ากมากค่ะพี่ก้องขา . . ดูเป็นพี่ชายที่แสนดีมากมาย . . ไม่นานมานี้ก้อได้อ่านบลอกเพื่อนที่เขียนถึงน้องสาวแบบนี้เหมือนกัน . . ทำให้แว้บอยากจะมีพี่ชายกะเค้าจิงๆ . . แต่มานึกๆ ดูอีกที ถ้าเจอพี่แบบเราล่ะ -*- เออ . . งั้นเป็นพี่นี่แหละดีละ ~

#10 By LiTt|e`r3d`r|diNg`h0od (202.28.180.201 /10.7.57.145) on 2007-01-15 04:06

อ่านแล้วซึ้งดีครับ

#11 By PeeYong \-_-> on 2007-01-15 17:39

ไม่ค่อยชอบแมลงสาบเหมือนกันแฮะ....
มีความหลังกับมันเหมือนกัน

#12 By alienboon on 2007-01-16 12:13

หนูก็Tag พี่หมอก้องไปแล้ว แต่ช้าไปนี้ดด ดีใจมากๆนะคะ ที่การตัดสินใจรวดเร็วเพื่อเป็นหมอที่แสนดี และเป็นคุณหมอด้วยหัวใจ หนูได้เข้ามาอ่านเเล้วทำให้เห็น "คุณหมอ"ที่เปี่ยมไปด้วยอุดมการณ์ + พลังสร้างสรรค์ ขอปรบมือดังๆและยกนิ้วยอดเยี่ยมให้พี่หมอก้องนะคะ
ง่า...แท็กกันหย่าย...
เรายังไม่รู้จะบอกอะไรเลย...(จริงเรอะ ?)

๑. เพิ่งจะรู้ว่าที่เรียกกันว่า "หัวปลี" นี่มันคือชื่อที่คุณแม่ของ highwind ตั้งให้นี่เอง...แต่พูดก็พูดเถอะนะ ชื่อ "หัวปลี" นี่น่ารักพิลึกแฮะ เข้าใจว่าท่านคงต้องการตั้งชื่อว่า "หัวปี" มากกว่า เพราะคำว่าหัวปลีมันมีความหมายโดยนัยเหมือนกับจำปี, ไอ้จ้อน ฯลฯ น่ะ

๒. เค้าเรียกว่า "แมลงสาบ" ไม่ใช่เรอะ ? ไหงกลายเป็น "แมลงสาป" ไปได้ (ขอโทษทีที่วิญญาณครูภาษาไทยเข้าสิง...)

๓. โนคอมเมนต์แฮะ เอาเป็นว่า...มีข่าวดีก็บอกกันบ้างละกัน กำลังคอยฟังอยู่...

๔. ถึงตอนนี้ ไม่มีใครสนใจหรอกว่าใครเป็นเด็กซิ่วหรือไม่ซิ่ว มันอยู่ที่ความตั้งใจมากกว่า...นะ

๕. สุดท้าย...ห่วงน้องสาวมากขนาดนี้ ใครเป็นแฟนกั้งคงลำบากน่าดู...!!!

เออ...สงสัยต้องกลับไปนั่งเขียนแท็กของตัวเองซะแล้วสิเนี่ย...

#14 By รัตนาดิศร on 2007-01-17 14:30

พวกแมลงๆนี่ ของเรากลัวพวกขายุบยั่บๆ อย่างพวกหนอน กิ้งกือ หรือบุ้งอะไรพวกนี้เอามากๆ...แต่ที่ถึงขั้นทนไม่ไหว เหงื่อออก ใจเต้นเร็วเลยนี่ กลับเป็นที่แคบๆแฮะ(ถ้ากระแดะหน่อย ก็ต้องบอกว่า Stenophobia...) ยังดีที่ไม่ได้ phobia ขนาดเข้าลิฟท์ไม่ได้...

เรื่องความรัก จริงๆตอนอยู่ประถมมันก็ต้องมีกันบ้างอ่ะนะ จะเป็นแค่"การพยายามเลียนแบบสิ่งที่เรียกว่ารัก" รึเปล่า อันนี้ก็คงแล้วแต่มุมมองของผู้ใหญ่อย่างเราๆ แต่ครั้งแรกของเราก็เป็นตอนป. 4 นู่นเลย...เออ แล้วไอ้วิธีดุ่มเข้าหาฉับพลันนั่นน่ะ ดูไม่เลวเลยนะ ลองเอามาใช้ตอนนี้ก็น่าจะยังได้(...มั๊ง)

พูดๆไป นึกถึงเพื่อนสมัยเด็กๆจริงๆให้ตายสิ ไม่รู้ไปอยู่ไหนกันมั่ง...

ส่วนเรื่องน้อง อีกแค่ไม่กี่เดือนก็จะรู้แล้วล่ะ ว่าจะได้ไปในเส้นทางไหน...แต่แอบกระซิบนิดนึงว่า น้ำตาน่ะ ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาก็จริง แต่มันก็ทำให้ความทุกข์ที่สะสมอยู่ ถูกปลดปล่อยออกมาได้นะ ดวงตาที่มีแต่น้ำตาคลอเบ้าน่ะ อาจทำให้เห็นโลกผิดเพี้ยนไปอีกต่างหาก...บางครั้ง ถ้าคนสำคัญของเราอยากจะร้องไห้ ก็ให้เขาปลดปล่อยออกมา แต่ต้องไม่ลืมที่จะอยู่เคียงข้างจนกว่าจะลุล่วงด้วยน่อ~~

#15 By Zieghart on 2007-01-17 17:23

เราว่า"หัวปลี"ต้องชอบเล่าเรื่องแมลงสาบนี่แน่ๆเลย ขยันเล่าเหลือเกิน

ถ้าเราเป็นน้องกั้งเราคงแอบเขินนะนี่ อยู่ๆก็มีพี่ติดน้องคนนึงมาเขียนบลอคให้เนี่ย ^ ^

จินตนาการภาพน้าสมัยเด็กๆ (แปลว่ายังไม่เหี่ยว) แล้วเดินไปกอดสาวนี่ ท่าจะเร้าใจพิลึกนะ 5555

#16 By fontis on 2007-01-19 23:33

หวัดดีจ้า
เราได้อ่านบทความไปแล้วบางส่วนนะ
ขอโทดเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาตน่ะ
รู้สึกดีจัง ตอนแรกเราหาบทความเกี่ยวกับเภสัชน่ะ
แล้วมันก็ขึ้นหน้านี้มา ชอบอ่ะ
อืม..ไปแระ ไม่รุจะหลงเข้ามาอีกเมื่อไหรเนอะ
บายๆ

...หมอยา

#17 By หวัดดีจ้า..คุณหมอ (202.12.73.19) on 2008-05-20 10:55

ว่าแต่ tag มันคืออะไรอ่ะ

มันใช้ยังไงหรือ

#18 By NiDA MAilO on 2008-08-15 00:54

Favourites