หากเอ่ยถึง Sudio Ghibli, หลายคนคงคุ้นเคยกับชื่อของฮายาโอะ มิยาซากิ (Hayao Miyazaki) และไอซาโอะ ทาคาฮาตะ (Isao Takahata) สองสหายผู้ก่อตั้งสถาบันแห่งนี้ขึ้นมา รวมไปถึงภาพยนตร์แอนิเมชันอย่าง My Neighbor Totoro, Grave of the Fireflies และ Spirited Away ที่นำเสนอเรื่องราวอันสนุกสนานอย่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แฝงไว้ด้วยปรัชญาข้อคิด และสามารถเข้าถึงบุคคลได้ทุกเพศทุกวัยจนโด่งดังไปทั่วโลก

อย่างไรก็ตาม, สถานที่อันเปรียบเสมือนโรงละครบ่มฝันยังคงมีนักสร้างแอนิเมชันชั้นอ๋องคนอื่น ๆ อีกที่ผลิตผลงานของตนออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมและมีแง่มุมที่น่าสนใจไม่แพ้ปรมาจารย์ทั้งสองคนเช่นกัน

ซึ่งหนึ่งในนั้นก็มีชื่อของ "โยชิฟูมิ กอนโด" (Yoshifumi Kondou)-เพื่อนสนิทและรุ่นน้องผู้มากฝีมือของมิยาซากิ-ที่เคยทำงานร่วมกับทั้งมิยาซากิและทาคาฮาตะ อีกทั้งมีส่วนในความสำเร็จของสตูดิโอจิบลิมากมาย ก่อนที่ในปีค.ศ.1995 เขาจะได้รับโอกาสให้กำกับภาพยนตร์อย่างเต็มตัวในหนังที่บอกเล่าถึงช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านของวัยรุ่นที่เต็มไปด้วยความน่ารักสดใส ตลอดจนความสับสนระหว่างความจริงกับความฝันอย่าง "Whisper of the Heart" เสียงกระซิบจากหัวใจ

Whisper of the Heart, หรือ 耳をすませば-Mimi wo Sumaseba (แปลเป็นภาษาอังกฤษได้ว่า If you listen closely) สร้างจากหนังสือการ์ตูนชื่อเดียวกันของ "ฮิรากิ อาโออิ" (Haragi Aoi) โดยมีมิยาซากิเป็นผู้เขียนบท (ซึ่งแตกต่างไปจากเวอร์ชันมังงะเล็กน้อย) และวางสตอรี่บอร์ดให้, เปิดเรื่องด้วยภาพเมืองสวย ๆ ที่เต็มไปด้วยแสงไฟสว่างไสวตัดกับความมืดยามค่ำคืน คลอเคล้าด้วยเพลงอมตะจังหวะสนุกสนานอย่าง Take Me Home, Country Road ที่มีเสียงใส ๆ หวาน ๆ ของโอลิเวีย นิวตัน จอห์นเป็นผู้ขับร้อง

เรื่องราวเกิดขึ้นในเมืองเล็ก ๆ แห่งหนึ่งภายใต้บรรยากาศทันสมัยของประเทศญี่ปุ่น ในขณะที่เด็กวัยรุ่นคนอื่น ๆ กำลังตั้งหน้าตั้งตาเตรียมตัวสอบเข้าเรียนต่อในชั้นมัธยมปลาย แต่ "ชิซึกุ ซึกิชิมา" (Shizuku Tsukishima)-เด็กสาวผู้รักการอ่านเป็นชีวิตจิตใจ-กลับเลือกที่จะใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการอ่านหนังสือนวนิยายที่หยิบยืมมาจากหอสมุด และตัวเลขยี่สิบเล่มก็คือเป้าหมายที่สาวน้อยวัยสิบสี่ปีวางไว้สำหรับปิดเทอมครั้งนี้ของเธอ

เมื่อคุณพ่อบอกกับชิซึกุว่าหอสมุดกำลังเปลี่ยนระบบการยืมหนังสือจากที่เคยใช้บัตรเป็นระบบบาร์โค้ด เธอก็นึกอยากหยิบเอาการ์ดกระดาษแข็งที่บันทึกรายชื่อผู้ยืมหนังสือออกมาดู น่าแปลก, ที่หนังสือทุกเล่มที่เธอเคยอ่านจะมีชื่อของ "เซย์จิ อามาซาว่า" (Seiji Amasawa)ยืมไปก่อนหน้าเธอทุกครั้ง

สิ่งที่เกิดขึ้นสร้างความประหลาดใจให้ชิซึกุอย่างมาก และทำให้เธออดไม่ได้ที่จะเฝ้ามองหาชายในจินตนาการของเธอ

ขยันอ่านหนังสือ สอบเข้ามัธยมปลาย และเรียนในมหาวิทยาลัยดี ๆ คือเสียงจากสังคมที่กระซิบบอกเยาวชนที่กำลังเติบโต แม้ชิซึกุจะชอบหนังสือนิยายเพียงใด หรือมีพรสวรรค์ในด้านวรรณคดีแค่ไหน ตัวเธอเองก็ไม่สามารถมองข้ามบรรทัดฐานเหล่านั้นและเลือกเดินไปบนเส้นทางที่ตนเองรักได้อย่างสบายใจ

บางที, ชีวิตวัยรุ่นอาจจะหนักและน่าปวดหัวเกินกว่าที่เด็กสาว-ที่ชอบล่องลองไปในโลกแห่งความฝัน-อย่างเธอก็เป็นได้

แต่แล้วในเช้าวันหนึ่ง-ที่ดูเหมือนจะเป็นวันธรรมดาสำหรับหลาย ๆ คน-ช่วงเวลาแห่งการค้นหาตนเองของชิซึกุก็ได้เริ่มต้นขึ้น

ระหว่างกำลังนั่งอยู่บนรถไฟเพื่อเดินทางไปส่งปิ่นโตให้คุณพ่อที่หอสมุด ชิซึกุก็พบเข้ากับแมวเร่ร่อนตัวอ้วน ทีท่าเมินเฉยไม่แยแสต่อสิ่งรอบข้างของมันทั้งยียวนกวนประสาทแต่ก็ชวนให้น่าสนใจ เธอตัดสินใจติดตามแมวจอมเจ้าเล่ห์ไปเรื่อย ๆ เพื่อค้นหาเป้าหมายของมันซึ่งก็คือร้านขายของเก่า "Earth Shop" ที่ดำเนินกิจการโดยคุณตาท่าทางใจดี และมีรูปสลักแมว "Baron Humbert Von Jikkingen" อันแสนงดงาม

ราวกับโชคชะตาชักพา, หลังจากนั้นไม่นานเธอก็ได้รู้ว่าเซย์จิคุงคนที่เธอตามหาก็คือหลานชายแท้ ๆ ของคุณตาเจ้าของร้านขายของเก่าแห่งนี้นี่เอง

ที่นี่, ชิซึกุได้เห็นแง่มุมลึก ๆ รวมทั้งตัวตนจริง ๆ ที่ไม่เคยเห็นของเซย์จิ สิ่งเหล่านี้มันก็ทำให้หัวใจของเธอพองโตความฝันของเด็กชายที่แน่วแน่ต่อการเป็นช่างทำไวโอลินจุดประกายให้ชิซึกุฮึดสู้ กลับไปฟังเสียงกระซิบจากหัวใจ และลงมือเขียนนวนิยายซึ่งเป็นสิ่งที่เธอรักมาตั้งแต่ต้นและรักมากที่สุดเพื่อเป็นการพิสูจน์ตัวเองตามความคิดของเธอ

ประสบการณ์ครั้งนี้ทำให้สาวน้อยได้รู้จักตนเอง และสามารถก้าวพ้นวันเวลาแห่งความสับสนไปได้อย่างมั่นคง

คิด ๆ ไปแล้วสมัยที่ผมยังอยู่ในช่วงวัยรุ่นก็มักจะมีเรื่องให้คุณพ่อคุณแม่ต้องปวดหัวเป็นประจำ

กลับบ้านดึกบ้างล่ะ ติดผู้หญิงบ้างล่ะ ไม่พูดคุยแต่ทำหน้าบึ้งใส่คนในบ้านบ้างล่ะ จนอาจจะพูดได้ว่าทางเดินชีวิตของผมในช่วงนั้นหลุดจากที่เคยตั้งไว้ไปมากพอสมควร...

แต่เพราะมีครอบครัวที่มีความเข้าใจ ผมจึงผ่านช่วงเวลานั้นมาได้

เรื่องราวของเซย์จิและชิซึกุใน Whisper of the Heart นั้น ถูกนำเสนอด้วยภาพลักษณ์ของเด็กที่เติบโตภายใต้การดูแลของครอบครัวที่อบอุ่น และตั้งอยู่บนพื้นฐานของการพูดคุยอย่างเท่าเทียมแม้ว่าเส้นทางที่ตัวเอกทั้งสองต้องการจะเป็นหนทางที่ผู้ใหญ่มองว่าไม่มั่นคงและน่าหวาดหวั่น แต่อย่างน้อยพ่อกับแม่ของพวกเขาก็ไม่ขัดขวาง และเมื่อเห็นว่าลูก ๆ มีความตั้งใจจริง ก็ให้โอกาสในการทำตามฝันนั้น

ซึ่งผลของมันก็คือการที่ตัวเอกได้เรียนรู้สิ่งสำคัญบางอย่างด้วยตัวของพวกเขาเอง 

เป็นไปได้หรือไม่ว่าปัญหาสังคมจำนวนมากในปัจจุบัน ล้วนเกิดจากปัญหาความสัมพันธ์อันแตกร้าวของครอบครัวสมัยใหม่ที่นับวันจะมีเวลาให้กันน้อยลง แต่กลับบีบคั้นและปิดกั้นอิสระกันมากขึ้น

เป็นไปได้หรือไม่ว่าปัญหาทั้งหลายสามารถแก้ได้ด้วยการหันหน้าเข้าพูดคุยของคนในครอบครัว และเปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ได้ทำในสิ่งที่ตนรัก

อยากให้พ่อแม่ทั้งหลายได้ดูเรื่องนี้ เพื่อที่จะได้เข้าใจวัยรุ่นมากขึ้น เพราะเบื้องหน้าแห่งรอยยิ้มนั้น ลึก ๆ แล้วอาจแฝงไว้ซึ่งความสับสนจากการเปลี่ยนแปลงทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์และสังคม

ที่สำคัญกรุณาอย่าเป็นคนที่เข้าใจ "แต่เพียงในนาม" ที่ออกปากบอกว่าลูก ๆ สามารถปรึกษาได้ทุกเรื่อง แต่พอเอาเข้าจริงกลับเป็นเดือดเป็นร้อนและด่าทอลูกของคุณเมื่อเขาเอาปัญหาใหญ่จริง ๆ มาร้องขอความช่วยเหลือ

อยากให้วัยรุ่นผู้มีความฝันทั้งหลายได้ดูเรื่องนี้ จะได้รู้ว่าการค้นหาตัวเองก็เสมือนการเจียระไนอัญมณี เราไม่รู้ว่าภายในก้อนดินอันสกปรกจะมีอะไรซ่อนอยู่นอกจากจะได้ลงมือเจียมันออกมา แม้บางครั้งผลลัพธ์ที่ได้อาจเป็นเพียงก้อนกรวดไร้ค่า แต่ประสบการณ์ที่ได้รับกลับมานั้นยิ่งใหญ่เหนืออื่นใด

ฉะนั้นจงอย่าหวั่นเกรงที่จะก้าวเดินไปในเส้นทางของตนตามเสียงกระซิบของความรู้สึก และต้องไม่รีบร้อน หากคอยขัดเกลาบ่มเพาะประสบการณ์จนชำนาญ

เพราะในโลกแห่งความเป็นจริง แค่ความรักความชอบบางทีมันก็ไม่พอ

เท่านี้จุดหมายปลายทางที่ฝันย่อมไปถึงได้โดยไม่ยากอย่างแน่นอน  

Whisper of the heart ออกฉายครั้งแรกที่ญี่ป่นเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม ค.ศ.1995 และได้รับความนิยมไปทั่ว จนทำให้ชื่อของโยชิฟูมิ กอนโดได้รับการกล่าวขานว่าอาจจะกลายมาเป็นทายาทของมิยาซากิที่กำลังต้องการวางมือจากการเป็นผู้กำกับ น่าเสียดายที่หลังจากนั้นอีกเพียงสามปี กอนโดต้องเสียชีวิตลงก่อนวัยอันควรด้วยโรคเส้นเลือดโป่งพองในวันที่ 21 มกราคม ค.ศ.1998

"เสียงกระซิจจากหัวใจ" จึงเป็นภาพยนต์แอนิเมชันเรียกแรก เรื่องเดียว และเรื่องสุดท้ายของผู้กำกับฝีมือเยี่ยมผู้นี้ครับ

ขอไว้อาลัยให้กับโยชิฟูมิ กอนโด หรือที่เพื่อนร่วมงานของเขาเรียกกันอย่างน่ารัก ๆ ว่า"Kon-chan" ไว้ ณ ที่นี้ด้วย

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

การ์ตูนญี่ป่นหลายๆเรื่อง มักให้ข้อคิดดีๆเสมอ น่าดูค่ะ ต้องไปหาดูบ้างละ สวัสดี ปีใหม่นะคะ

#1 By cha_ame on 2006-12-31 22:04

สวัสดีปีใหม่ขอรับ...ขอให้มีความสุขสมหวังตลอดไป
เรื่องนี้ยังไม่ได้ดูเลยสงสัยต้องหาวันรื้อการ์ตูนมาดูซะแล้ว

#2 By alienboon on 2007-01-01 10:25

ยังไม่เคยได้ดูเรื่องนี้ แต่ขอหยิบประเด็นเรื่องครอบครัวตอนท้ายมาร่วมเสนอความคิดเห็นละกัน...

แรกแท้แต่เดิม สังคมของชาวตะวันออกเป็นรูปแบบครอบครัวขยาย เพราะชาวตะวันออกให้ความสำคัญกับความรักความผูกพันภายในครอบครัวว่าเป็นเสมือนสายใยสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น ดูแลเอาใจใส่กันเป็นลำดับขั้นตามชั้นอาวุโส ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งภายในจิตใจของคนในครอบครัว

น่าเสียดาย...ที่ภาพครอบครัวขยายอย่างนั้นกำลังจะหมดสิ้นไปด้วยสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงแทบจะพลิกฝ่ามือ จากครอบครัวขยายมาสู่ครอบครัวเดี่ยวที่คล่องตัวขึ้น แต่ในขณะเดียวกันสายใยผูกพันภายในกลับซีดเซียวจางหายไปทุกที

น่าเป็นห่วงเหลือเกิน...ถ้าหากวัยรุ่นขาดความรักที่เต็มที่ในวัยสมควรแล้ว เมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ เขาจะรู้จักความรักที่แท้-ที่ไม่ใช่เพียงความกระหาย-ได้อย่างไร...และ...เขาจะพร้อมมีความรักให้กับใครได้ละหรือ ???


...สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๐ ครับ...

#3 By รัตนาดิศร on 2007-01-01 15:33

Happy New yaer ครับ พี่ก้อง

เห็นมาหลายครั้งแล้ว พี่หา Anime ของ Ghibli จากไหนเนี่ย

ไม่เคยมีโอกาสได้ดูซะที

#4 By bank-Ultima on 2007-01-02 08:01

บางทีที่เค้าบอกกันว่า เมื่อยิ่งอายุมากขึ้น ก็ยิ่งกลัวมากขึ้น อาจจะเป็นคำพูดที่จริงก็ได้นะ

คนที่ผ่านชีวิตมามากกว่า ย่อมเห็นอะไรมามากว่า ทั้งความสำเร็จ และความล้มเหลว...ถ้ามองในมุมของผู้ใหญ่ ก็คงไม่อยากให้ลูกของตัวเอง เดินไปในทิศทางที่(เค้าเห็นว่า)ไม่มั่นคง เพราะตัวเค้าได้เห็นตัวอย่างความล้มเหลวตามเส้นทางเหล่านั้นมานักต่อนักแล้ว

สิ่งสำคัญก็คือตรงนี้แหล่ะ ที่ต้องปรับทัศนคติเสียใหม่ด้วย ว่าพอเวลาผ่านไป แม้จะเป็นเส้นทางเดิมๆ แต่ทิวทัศน์รอบข้างก็ใช่ว่าจะเหมือนเดิม ช่วงเวลาของผู้ใหญ่ กับช่วงเวลาของเรา ย่อมต้องมีปัจจัยภายนอกที่แตกต่างกัน การที่มีคนล้มเหลวในวันก่อนหน้า ก็ใช่ว่าคนที่เดินตามหลังจะต้องล้มลุกคลุกคลาน เดินต่อไม่ไหวกันเสียทุกคนที่ไหน

พิสูจน์ให้เห็นด้วยการกระทำดีกว่า ให้พวกท่านรู้ว่า ความฝันหลายอย่าง ไม่ควรจะขัดขวางและปล่อยมันทิ้งไว้ให้หมดอายุ แต่ควรจะสนับสนุนตลอดเส้นทางของเด็กน้อย จนถึงวันที่ความฝันเป็นจริงขึ้นมาอย่างน่าภูมิใจ

happy new year 2007 น่อ

ปล."ผู้ใหญ่"ในบางองค์กรของบ้านเรา ก็มีปัญหาเช่นนี้ ที่เมื่อแก่ตัวลง ก็ยิ่งรู้สึกว่าเหล่าเด็กๆช่างโง่และไม่มีสามัญสำนึกเสียนี่กระไร...ไม่มีปัญญาแม้แต่จะมาคิด จะมาแยกแยะความถูกผิดที่ได้จากสื่อต่างๆ...'การจัดระเบียบ' ที่ไม่ค่อยเข้าท่า เลยพบเห็นได้ทั่วไปตามหนังสือ วิทยุและโทรทัศน์รอบตัว...

#5 By Zieghart on 2007-01-02 10:29

เราไม่รู้จักกันหรอกค่ะ แต่ไม่รู้หลงเข้ามาใน Blog ของคุณได้ไง และนี่ก็ไม่ใช่การเข้ามาครั้งแรกหรอกค่ะ ฉันมักจะแวะเข้ามาอ่าน Blog ของคุณบ่อย ๆ คงไม่ต้องให้เหตุผลนะคะ ยังไงก็ขอบคุณนะคะที่แชร์

#6 By H2O (124.120.170.45) on 2007-01-02 20:21

เอิ๊กๆ ฉันมีดีวีดีเรื่องนี้มานาน แต่ไม่ได้หยิบมาดูเสียที
อ่านที่คุณเขียนก็ไปรื้อมาดูซะ
...ให้ตายเหอะ มันน่ารักมาก

เมื่อแรกเปิดมาก็ยังสงสัยว่าทำไมของคนอื่นเป็นภาพสี
ที่ฉันดูจนจบไปรอบแรกเป็นภาพเสก็ต ลงเงาสีน้ำตาล
บ่นงึมงำๆ ว่าทำไมไม่มีสี(วะ)

จนเพื่อนบอกว่าดีวีดี มันมีหลายช่องให้เลือก
อืม โง่อยู่ตั้งนาน วันนี้เพิ่งดูฉบับสีจบ
คิดถึงตัวเองในวัยนั้นจริง ฉันมีเรื่องสั้นน้ำเน่าเพียบ
ไว้วันไหนฮิตจัด จะเอามาพิมพ์ให้อ่าน

เห็นด้วยกับปู่ของเด็กผู้ชายที่อยากเป็นช่างไวโอลิน
งานเขียนของตัวฉันเองช่วงนั้นรู้สึกมันดิบ
ดิบในที่นี้ไม่ใช่ โหด น่ากลัว แต่หวานอ้วกมากๆ
คือคิดอย่างไร ก็เขียนอย่างนั้น
อยากให้เป็นอย่างไรก็เขียนให้เป็นอย่างนั้น
โดยปราศจากการหาเหตุผลใดๆรองรับ

อืม อาจจะเหมือนที่ปู่ของเซจิบอก

"rough ,unpolish ,still natural"

"Rough stone is inside you.
You have to find it and then polish it.
It take time and afford."

เสียดายเหมือนกันที่ได้ยินว่าคนทำการ์ตูนเรื่องนี้
...ทำออกมาได้เรื่องเดียวแล้วจากไป

ตามประสาผู้หญิง ชอบสนใจเรื่องรักๆหน่ะนะ
ตอนที่ชอบที่สุดคงเป็นตอนที่เซย์จิมารับเธอในเช้าตรู่วันหนึ่ง
ชีวิตมันน่าจะเป็นอย่างนั้น
ไม่ว่าจะเป็นระหว่างคู่รัก ระหว่างเพื่อน ระหว่างผู้ร่วมงาน
"บรรทุก"กันและกันบ้างแต่พอดี
หนักนัก คนซ้อนก็ลงเดินเสียบ้าง
ผลัดกันผลักและผลัดกันบรรทุก ในความสัมพันธ์

อืม ถ้าจำไม่ผิดจากหนังสือการ์ตูนเรื่องของขวัญสรรจากใจ ของไซโต้ จิโฮ
เซ จิ แปลว่าความอาลัยรักสีฟ้า
สวัสดีปีใหม่

อ่านดูแล้ว เราต้องดูเรื่องนี้ให้ได้แฮะ...

#8 By ~*LuCReZiA*~ on 2007-01-03 22:31

อยากดูอ่ะคร๊าบบบบบบบบบ
ขอยืมหน่อยสิคร๊าบบบบบ แหะๆๆ
สุขสันต์ปีใหม่นะคร๊าบบบ อุอุ

#9 By mutsuki (202.28.180.201 /10.7.57.160) on 2007-01-04 17:39

happy new yearนะ
เรื่องนี้เด๊ยวขอดูก่อนละกัน
ยังไม่ว่างดุเลยนะเนีย

#10 By ~TestsuTo~ テッツト on 2007-01-04 18:24

อา....ซึ้งจัง
อา.....เศร้าจัง
ไร้คำบรรยายอ่ะ
เราสื่อด้วยคำพูดไม่เก่ง>w<(แน่เรอะแก)
คอนจังไม่น่าไปเร็วเลย เสียดายอ่า
ได้ดูผลงานเค้าเรื่องเดียวเองรื้อ ง่าๆ

#11 By choc on 2007-01-05 01:37

เป็นเรื่องที่ชอบมากเรื่องหนึ่งของจิบลี่ค่ะ ใสก็จริงแต่ไม่โลกแคบเข้าข้างตัวเองเหมือนหนังวัยรุ่นทั่วไป ธรรมดาก็จริง แต่อบอุ่นและให้กำลังใจ น่าเสียดายที่ผู้กำกับคนนี้ไม่สามารถเหลือผลงานไว้ได้มากกว่านี้

สวัสดีปีใหม่ค่ะ ขอให้ปีนี้ก็มีความสุขมากๆขึ้นไปอีกค่ะ

#12 By ohx3 on 2007-01-05 09:54

เราได้ดูแล้วล่ะ

#13 By ~*LuCReZiA*~ on 2007-01-13 14:02

ดูและละ เราชอบเพลงตอนที่พระเอกสีไวโอลิน นะเจ๋งดี(แถวบ้านเรียกว่าเล่นเก่งแล้ว) กะนาฬิกาที่คนแก่ซ่อมอะ เจ๋ง

#14 By ~TestsuTo~ テッツト on 2007-03-21 21:36

ดิฉันบังเอิญได้เข้ามาอ่านใน Blog ของคุณ ดิฉันเป็นอีกคนหนึ่งที่ชอบเรื่อง Whisper of the Heartมากๆ
ชอบมาตั้งแต่สมัยที่เคยอ่านเป็นมังงะชูโจ(หนังสือการ์ตูนเด็กผู้หญิง) แล้วล่ะค่ะ ดิฉันชอบตั้งแต่โครงเรื่อง ตัวละคร อารมณ์ของตัวละครที่สื่อออกมาทางสีหน้าในการ์ตูน
ชอบมุมมองที่สะท้อนสังคมในเรื่องนี้ที่สื่ออกมาอย่างดีไม่ใช่แบบยัดเยียด น่าเบื่อ
ที่สำคัญเป็นการสะท้อนเรื่องราวปัญหาในครอบครัวเป็นอย่างดี ซึ่งวิธีการแก้ปัญหาในครอบครัวนั้นมีทางเดียว คือ การพูดคุยกันในครอบครัวนั่นเอง

น่าเสียดายเหลือเกินที่เด็กวัยรุ่นในประเทศไทยหลายคนพลาดโอกาสที่จะได้ดูอนิเมชั่นดีๆอย่างนี้ไป ไม่อย่างนั้นเด็กๆในประเทศไทยคงจะได้ยิน"เสียงกระซิบของหัวใจ"ตนเองดังกังวานไปทั่วแน่ๆค่ะ

#15 By Natdgamon (203.113.45.198) on 2007-04-22 11:24

#16 By ใคร (61.91.251.235) on 2007-07-04 15:10

ซึ้งจัง อ่านนานเมื่อยคอ tongue angry smile embarrassed tongue

#17 By (125.26.116.195) on 2008-01-20 16:18

เพิ่งดูจบเมื่อกี้

เข้าเน็ต search ทันที

กำลังอิ่มใจ

พอมาอ่านเจอเรื่องการเสียชีวิต

รู้สึกใจหายและเสียดายมากค่ะ

...

ขอร่วมไว้อาลัยให้ กอนโด ด้วยเน่อ

สิบปีกว่าและน้าsad smile

#18 By vaew (125.25.15.221) on 2008-07-17 19:36

ดูแล้ว ชอบมาก

ตอนนี้เมืองไทย มีจิบลิ คอลแลคชั่น ให้เก็บสะสมกันแล้ว

#19 By NiDA MAilO on 2008-11-19 14:58

เห็น review ในบล็อกนี้เลยไปหามาดูค่ะ เป็นเรื่องที่เรียบๆแต่เข้าใจวัยรุ่นได้ดีนะคะ เหมือนทุกๆเรื่องของ Studio Ghibli(เท่าที่เคยดู)จะสะท้อนภาพของชีวิตได้ดีมาก แม้แต่ในอนิเมะแนวแฟนตาซี ชอบมากมากเลย >___< เพลงก็เพราะด้วย big smile

ว่าแต่...เราได้ดูช้าไปรึเปล่านะ กระทู้นี้ก็ 2 ปีแล้วสิเนี่ย sad smile
คนอื่นเค้าสวัสดีปีใหม่ .. งั้นเราเอาบ้าง
Merry X'mas & Happy New Year 2009 ค่ะ question

#20 By whanyen (118.172.49.180) on 2008-12-15 01:30

ผ่านมาเจอ ชอบเรื่องนี้เหมือนกันครับ
โดยเฉพาะประเด็นการให้ความเข้าใจและให้โอกาสกับเด็ก
แม้ว่าจะไม่เห็นชัดเจนว่าเค้ากำลังทำอะไร
การ์ตูนของจิบลิเนื้อหาดีทุกเรื่องเลย
เหมาะที่จะดูเป็นครอบครัวอย่างยิ่ง
เพราะการ์ตูนน่ารัก ยังไงเด็กก็ดูอยู่แล้ว
แต่เนื้อหานั้นผู้ใหญ่ต้องเอากลับมาคิดและมองตัวเองเยอะทีเดียว

#21 By [G]et [A]l[O]ng [W]ith on 2008-12-27 16:33

ได้ดูเรื่องนี้แล้วค่ะ

ประทับใจมาก ๆ

เพราะตรงกับชีวิตจริง ณ ตอนนี้อย่างที่สุด

และรู้สึกโชคดีมากที่ได้ดู Whisper of the heart ในตอนที่ได้ตัดสินใจเกี่ยวกับสิ่งสำคัญในชีวิตไปแล้วเรียบร้อยด้วย

หลังจากได้ดูแล้ว รู้สึกเหมือนมีกำลังใจมากมายมหาศาลมาจากไหนก็ไม่รู้มาเป็นแรงผลักดันให้สู้ต่อไป

รักเรื่องนี้มากจริง ๆ เลยค่ะ

#22 By MiLD (203.172.54.96) on 2009-01-01 20:35

ดูเรื่องนี้แล้วประทับใจมากๆคะ

#23 By (124.120.176.84) on 2009-01-05 14:12

ยังไม่เคยดูเรื่องนี้เลยค่า ต้องตามๆ

#24 By ชาเขียวaddict on 2009-01-06 19:52

เรา โครตชอบอ่ะ พอดูจบ ต้องมาหาเพลง มันเลย เพลงที่ พระเอก สี ไวโอลิน ให้นางเอก ร้อง เพลง Country Road เพลงนี้เพราะมากเลย เราชอบมากคับ ดูแล้วดูอีก ประทีบใจมากกับ เรื่องนี้ ดูแล้วมีความหมาย

#25 By นิรนาม (117.47.114.23) on 2009-04-11 19:49

ประทับใจเรื่องนี้ในหลายๆอย่างค่ะ

และชอบอย่างที่ จขบ บอกว่า

ฉะนั้นจงอย่าหวั่นเกรงที่จะก้าวเดินไปในเส้นทางของตนตามเสียงกระซิบของความรู้สึก และต้องไม่รีบร้อน หากคอยขัดเกลาบ่มเพาะประสบการณ์จนชำนาญ

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ให้ความรู้สึกดี ที่คาแร็กเตอร์เป็นเด็กธรรมดา แต่มีความฝัน ที่จะทำในสิ่งที่ตัวเองรัก และที่สำคัญ ทางบ้านและคนรอบข้างก็เข้าใจและยังสนับสนุนด้วย

รู้สึกว่า ชิซึกุ โชคดีมากเลย



ชอบเพลง มากๆ ด้วยค่ะ เพราะมาก big smile

#26 By a u d y on 2009-04-13 21:42

ประทับใจเรื่องนี้ในหลายๆอย่างค่ะ

และชอบอย่างที่ จขบ บอกว่า

ฉะนั้นจงอย่าหวั่นเกรงที่จะก้าวเดินไปในเส้นทางของตนตามเสียงกระซิบของความรู้สึก และต้องไม่รีบร้อน หากคอยขัดเกลาบ่มเพาะประสบการณ์จนชำนาญ

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ให้ความรู้สึกดี ที่คาแร็กเตอร์เป็นเด็กธรรมดา แต่มีความฝัน ที่จะทำในสิ่งที่ตัวเองรัก และที่สำคัญ ทางบ้านและคนรอบข้างก็เข้าใจและยังสนับสนุนด้วย

รู้สึกว่า ชิซึกุ โชคดีมากเลย



ชอบเพลง มากๆ ด้วยค่ะ เพราะมาก big smile

#27 By a u d y on 2009-04-13 21:42

ผมประทับใจในหลายๆเรื่องของการ์ตูนค่ายนี้ครับ
แต่การ์ตูนส่วนใหญ่ที่ผมดูเป็นผลงานของฮายาโอะ มิยาซากิอ่ะ

#28 By mr.game C2 on 2009-07-11 19:25

cry double wink wink surprised smile question

#30 By (203.172.199.250) on 2009-09-02 09:44

ชอบเรื่อง Spirited Away ชอบพระเอกมากๆๆๆๆๆ

ชอบเนื้อเรื่องด้วย จะติดตามต่อไปค่าbig smile big smile

#31 By แก้ม (112.142.236.200) on 2009-10-06 20:24

Favourites