'Grave of the Fireflies' สงครามคือความสิ้นหวัง
posted on 22 Sep 2006 17:53 by highwind in What-I-Read-and-Watchบางคน...สงครามคืออะไร? ไม่รู้จัก
บางคน...สงครามคือสิ่งที่นำมาซึ่งอำนาจ และความชอบธรรม
บางคน...สงครามคืออุปสรรคเล็ก ๆ ที่ปรากฏเข้ามาในชีวิต ที่ไม่นานก็ผ่านไป
แต่กับหลายคน...สงครามคือการพรากจากทุกสิ่งทุกอย่าง เป็นบาดแผลร้าวลึกในใจ ที่ทิ้งร่องรอยความเจ็บช้ำอย่างไม่มีทางจางหายเอาไว้ให้หวนจำ
"21 กันยายน 1945 คือคืนที่ผมตาย"
"เซตะ" พูดขึ้นขณะมองร่างไร้วิญญาณอันแสนสกปรกมอมแมมของตนที่แน่นิ่งอยู่ข้างเสาคอนกรีตด้วยสายตาเศร้าหมอง ผู้คนต่างรีบเร่งไปตามจังหวะชีวิตโดยไม่ได้ให้ความสนใจต่อเด็กชายผู้โชคร้ายเลยแม้แต่น้อย เด็กหนุ่มวัยสิบสี่ปีหันหลังกลับและเดินออกไปไม่นานนักดวงวิญญาณของเขาก็ได้พบกับดวงวิญญาณของ "เซ็ตสึโกะ"-น้องสาวแท้ ๆ-ที่กำลังจ้องมองแสงระยิบระยับของเหล่าหิ่งห้อยแสนซนที่เล่นล้อกันอย่างเริงร่า เด็กสาวหันมายิ้มให้พี่ชาย ส่งผ่านความคิดถึงมาทางแววตา แล้วทั้งคู่ก็จูงมือกันออกเดินทางสู่บ้านเกิดที่กำลังมอดไหม้ด้วยเปลวไฟแห่งสงคราม
นับแต่นี้...ความทุกข์เศร้า ความหิวโหย ความหนาวเหน็บ และความโดดเดี่ยว จะไม่มีสำหรับเด็กทั้งสองอีกต่อไป
นี่คือฉากแรกของ "Grave of the Fireflies", ภาพยนตร์อนิเมชันที่บอกเล่าเรื่องราวความโหดร้ายของสงคราม ตลอดจนชีวิตอันแสนรันทดของผู้คน ผ่านมุมมองอันอ่อนโยนไร้เดียงสาของเซตะและเซ็ตสึโกะสองพี่น้อง
จากครอบครัวเปี่ยมสุขที่ประกอบไปด้วยสมาชิก 4 คน สงครามค่อย ๆ พรากเอาสิ่งเหล่านั้นจากพวกเขาไปทีละนิด ๆ เมื่อเริ่มสงคราม พ่อของพวกเขาต้องออกเดินทางเพื่อเข้ารับราชการทหาร และเงียบหายไปนานโดยไม่สามารถติดต่อได้, ระหว่างสงคราม คนทั้งสามต่างมีชีวิตด้วยความหวาดระผวา คอยเงี่ยหูรอฟังสัญญาณเตือนภัยเพื่อวิ่งหนีเอาชีวิตรอด, และในวันหนึ่ง ลูกระเบิดจำนวนนับไม่ถ้วนที่ทิ้งลงมาจากฝูงบินรบเหนือฟากฟ้า ก็ริบเอาบ้าน และชีวิตของแม่อันเป็นที่รักของพวกเขาไป
ในสถานการณ์ที่วิกฤต ประชาชนต้องอยู่อย่างแร้นแค้น แปลงผักและไร่นาถูกทำลาย สงครามได้ขโมยเอารอยยิ้มและความมีน้ำใจของผู้คนไปจนสิ้น เด็กน้อยผู้สูญเสียทั้งสองต่างเคว้งคว้างไร้ที่พึ่งพิง อาศัยหลุมหลบภัยที่แสนเก่าและชื้นแฉะเป็นที่ซุกหัวนอน
ท่ามกลางบรรยากาศอันหนาวเหน็บและมืดมิดในยามค่ำคืน เซตะมักจะพาน้องสาวของตนออกมาเล่นไล่จับแมลงหิ่งห้อย แม้แสงจะริบหรี่แต่เมื่อรวมกันเข้าหลาย ๆ ตัว ความสว่างที่สร้างขึ้นจากธรรมชาติก็มากพอที่จะมอบความสดใสในจิตใจ แต่งแต้มให้ที่พักพิงชั่วคราวมีความสว่างไสว และทำให้สองพี่น้องลืมเลือนเปลวเพลิงแห่งการเข่นฆ่าอันสว่างโรจน์ร้อนแรงจนแผดเผาทุกสิ่งทุกอย่างภายในชั่วพริบตา
แต่นั่น, ก็เป็นแค่ห้วงเวลาแห่งรอยยิ้มเล็ก ๆ เท่านั้น เพราะเพียงรุ่งเช้า เหล่าแมลงที่เคยเปล่งแสงสู้กับความมืดก็ค่อย ๆ ร่วงตายลง ความสว่างของพวกมันดับวูบอย่างรวดเร็วจนน่าใจหาย เหมือนกับจะบอกเด็กผู้น่าสงสารทั้งสองคนว่าความสุขนั้นผ่านไปเร็วเสมือนสายลมพัดผ่าน
เซตะพยายามทุกวิถีทางเพื่อให้ทั้งสองมีชีวิตรอดเสียงหวอเตือนภัยคือสัญณาณให้เด็กหนุ่มวิ่งสวนทางผู้คน เขารวบรวมสิ่งมีค่าที่พอจะหาได้จากบ้านที่กำลังถูกเพลิงไหม้เพื่อนำมันมาแลกเป็นอาหาร แต่ความโหดร้ายของสงครามนั้นรุนแรงเกินกว่าที่ความสามารถของเด็กตัวเล็ก ๆ จะทำอะไรได้ สองพี่น้องไม่มีอะไรตกถึงท้อง เซ็ตสึโกะที่เดิมเป็นเด็กตัวเล็กบัดนี้ยิ่งซูบผอมลง เธอไร้เรี่ยวแรงที่จะลุกขึ้นเดินหรือทำอะไรอีกต่อไป
ในที่สุดเธอก็หลับไหลไปโดยที่ไม่ฟื้นตื่นขึ้นมาอีกเลย
อ.อิซาโอะ ทากาฮาตะ (Isao Takahata) สร้าง Grave of the Fireflies โดยนำเนื้อหามาจากนิยายญี่ปุ่นเรื่อง "โฮตารุโนะฮากะ" (Hotaru no Haka) ประพันธ์โดย อ.อากิยูคิ โนซากะ (Akiyuki Nosaka) ซึ่งอิงชีวประวัติของผู้เขียนเองที่เคยสูญเสียน้องสาวระหว่างสงคราม ผู้สร้างเคยให้สัมภาษณ์ว่าสิ่งที่เขาต้องการนำเสนอถึงคนดูผ่าน "สุสานหิ่งห้อย" นั้นไม่ใช่เนื้อเรื่องที่แสนพิสดาร แต่เป็นเรื่องราวง่าย ๆ แต่โศกสลด รวมทั้งความยากลำบากที่สองพี่น้องต้องเผชิญเพราะการสู้รบของสองขั้วอำนาจ
Grave of the Fireflies ออกฉายที่ญี่ปุ่นครั้งแรกเมื่อวันที่ 16 เมษายน 1988 นับว่าเป็นผลงานที่ฉีกแนวภาพยนตร์อนิเมชันของสตูดิโอจิบลิ 3 เรื่องก่อนหน้านี้ อันได้แก่ Nausicaä of the Valley of Wind, Laputa: The Castle in the Sky, และ My Neighbor Totoro อย่างสิ้นเชิง เพราะเนื้อเรื่องของการ์ตูนทั้งสามต่างวางอยู่บนหลักของความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และสิ่งรอบข้าง ที่สำคัญผลงานของอาจารย์มิยาซากิจะมุ่งเน้นไปที่การมอบความหวัง ความประทับใจ ตลอดจนความสุขให้แก่ผู้รับชมเป็นสำคัญ
กลับกัน, สุสานหิ่งห้อยเลือกที่จะเปิดเรื่องด้วยความทุกข์ ดำเนินเรื่องด้วยความเศร้า และจบลงอย่างสิ้นหวัง
อย่างไรก็ตาม, หากลองคิดถึงความเป็นจริงของสงคราม ไม่ว่าจุดเริ่มต้นของมันจะเกิดขึ้นเพราะอุดมการณ์ดีงามเพียงใด หรือบทสรุปของมัน, ซึ่งย่อมต้องมีทั้งผู้ที่ได้ประโยชน์และเสียผลประโยชน์, จะเป็นเช่นไร สิ่งหนึ่งที่จริงแท้ก็คือ ระหว่างทางที่จะนำไปสู่เป้าหมายนั้น ย่อมต้องนำมาซึ่งสูญเสียของมนุษย์ผู้บริสุทธิ์จำนวนมาก
กี่ชีวิตที่ต้องสิ้นไป กี่ครอบครัวที่ต้องล่มสลาย กี่คู่รักที่ต้องพรากจาก กี่ความฝันที่ต้องพังทลาย
สงครามไม่เคยให้ความหวังแก่ใคร ที่สำคัญ, สิ่งที่มันทิ้งไว้ในจิตใจผู้คนคือบาดแผลที่ไม่อาจลบเลือน
เพื่อแลกกับความทะเยอทยานของคนบางกลุ่ม มันคุ้มแล้วหรือที่มนุษย์จะต้องเข่นฆ่ากันเอง
เรื่องนี้ยังไม่ได้ดูทีนะ







ปล. บางคนชอบบอกว่าผมแปลกที่ดันไม่ได้ชอบของฮายาโอะมากที่สุด
#1 By kaito on 2006-09-22 18:04