'นางสาวธาลัสซีเมีย' เติมวัคซีนให้ชีวิต
posted on 15 Jul 2006 20:15 by highwind in What-I-Read-and-Watchความสามารถของมนุษย์เป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นต้องพูดมากให้เมื่อยปาก เราเกิดขึ้นมาบนโลกมนุษย์เมื่อประมาณ 200,000 กว่าปีก่อน ตลอดเวลาที่เหยียบย่ำอยู่บนผืนโลก, เราค่อย ๆ พัฒนาตัวเอง ต่อสู้กับธรรมชาติ ก้าวข้ามข้อจำกัดของทุกสรรพสิ่ง จนกระทั่งสามารถยืนอยู่บนโลกอย่างภาคภูมิเฉกเช่นทุกวันนี้
เมื่อได้เรียนแพทย์ ผมยิ่งได้รับรู้ถึงความมหัศจรรย์ของมนุษย์ เรามีกระบวนการป้องกันตัวจากอันตรายภายนอกอย่างมีประสิทธิภาพ เรามีมันสมองอันชาญฉลาด กระบวนการคิดอันเลอเลิศ อีกทั้งยังมีวิธีการส่งผ่านสิ่งดี ๆ สู่รุ่นลูกรุ่นหลานต่อไป
กาลเวลาเป็นผู้ตัดสิน และไม่มีอะไรต้องพิสูจน์อีกแล้วสำหรับความยอดเยี่ยมของสิ่งมีชีวิตที่เรียกตัวเองว่า "มนุษย์"
ความคิดเหล่านี้เปรียบเสมือนเกราะกำบังที่ทำให้ผมไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค ตลอดจนความอ่อนล้าใจ เพราะผมเชื่อว่าหากเรามีความแน่วแน่ ตั้งใจจริง ความทุกข์จะอยู่กับเราไม่นานและผ่านไป ในท้ายที่สุดเราก็จะได้พบกับความสุขสมหวัง
เพราะฉะนั้นทุกครั้งที่ผมเห็นข่าวคนฆ่าตัวตาย ผมก็อดฉุกคิดไม่ได้ว่า มีแรงอันมหาศาลขนาดไหนหนอที่ผลักดันให้เขาเหล่านั้นตัดสินใจกระทำการอันเป็นการทำร้ายตัวเองและบุคคลที่รักเขาเช่นนี้
สงสัยเป็นเพราะภูมิคุ้มกันของพวกเขาต่ำเกินไปกระมัง?
แล้วภูมิคุ้มกันที่ผมมีในตอนนี้จะเพียงพอสำหรับการต่อสู้กับสังคมที่ผมจะต้องเผชิญในอนาคตได้หรือ?
อนาคตเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน หวั่นใจเหลือเกินว่าเกราะป้องกันของผมอาจจะไม่เพียงพอเสียแล้ว
เมื่อคิดได้ดังนี้ ผมจึงเลือกที่จะ "ฉีดวัคซีน" ป้องกันความเครียดให้กับตัวเอง วิธีที่ดีคงไม่พ้นการศึกษาจังหวะชีวิตอันหลากหลายของบุคคลอื่น และวิธีที่ดีที่สุดของการเรียนรู้ชีวิตผู้อื่นคงไม่พ้นการอ่านเรื่องราวของเขาผ่านตัวหนังสือ
ผมเลือกวัคซีนอยู่นาน กลัวใช้ไม่ได้ผลบ้างล่ะ กลัวเกิดภูมิไวเกินบ้างล่ะ
จนในที่สุดผมก็ได้เจอหนังสือเล่มนี้-วัคซีนที่ผมถูกใจ
"นางสาวธาลัสซีเมีย" บอกเล่าเรื่องราวของขวัญ (กนกวรรณ ศิลป์สุข)-ผู้ป่วยธาลัสซีเมีย (โรคเลือดจาง) ขั้นรุนแรง ที่ก้าวผ่านสถานะของการเป็นเด็กหญิงสู่การเป็นนางสาวมาอย่างยากลำบาก ถึงขนาดคุณหมอเองยังทำนายไว้ว่าชีวิตเธอคงไม่ยืนยาวผ่านพ้นวัยทีนเอจไปได้
ประมาณ 98% ของโปรตีนในเม็ดเลือดแดง-พระเอกผู้นำออกซิเจนไปสู่เนื้อเยื่อในร่างกาย ทำให้อวัยวะต่าง ๆ ทำงานเป็นปกติ คือฮีโมโกลบิน (Hb) ฮีโมโกลบินประกอบด้วยฮีม-เป็นสารสีแดง มีเหล็กเป็นองค์ประกอบ ทำหน้าที่จับกับออกซิเจน และโกลบิน-เป็นส่วนโปรตีนของ Hb ทำหน้าที่จับกับคาร์บอนไดออกไซด์
ธาลัสซีเมีย เป็นโรคทางพันธุกรรมที่ทำให้การสังเคราะห์โปรตีนโกลบินผิดปกติ เม็ดเลือดแดงของผู้ป่วยมีรูปร่างผิดปกติ และอายุสั้น ผู้ป่วยจึงมีภาวะซีด เหนื่อยง่าย เจริญเติบโตช้า กระดูกบาง เปราะและอาจผิดรูปร่างเนื่องจากไขกระดูกต้องทำหน้าที่สร้างเม็ดเลือดเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้การที่ผู้ป่วยต้องได้รับเลือดชดเชยเป็นประจำรวมทั้งร่างกายมีการทำลายเม็ดเลือดแดงอย่างมาก ทำให้มีการสะสมของเหล็กในอวัยวะต่าง ๆ เช่นที่ตับ ม้าม หัวใจ ส่งผลให้อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการล้มเหลวของอวัยวะดังกล่าวได้อีกด้วย
ยังไม่มีการรักษาโรคนี้โดยตรงที่ได้ผลร้อยเปอร์เซ็นต์ การดูแลผู้ป่วยโรคธาลัสซีเมียจะเน้นไปที่การรักษาตามอาการเป็นสำคัญ หลายครั้งที่เธอต้องเจ็บจนน้ำตาไหลจากการถูกเข็มแทงทะลุผิวหนัง หลายครั้งที่เธอต้องรู้สึกน้อยใจกับคำถามของคนรอบข้างที่มีต่อเธอ หลายครั้งที่เธอต้องนอนนิ่ง ๆ เป็นสิบชั่วโมงเพื่อให้ยาขับเหล็ก หลายครั้งความเครียดกดดันเธอถึงขั้น "หลุดโลก"
ลองคิดดูว่าจะทรมานขนาดไหน?
แต่แทนที่จะหมดหวังและกำลังใจ ขวัญกลับเลือกที่จะยอมรับสิ่งที่เธอเป็น และหาความสุขจากสิ่งที่เธอมี และทุกครั้งที่มีโอกาส, เธอจะไม่ลืมเลยที่จะแบ่งปันความสุขให้กับสิ่งต่าง ๆ รอบข้าง และพร้อมเสมอสำหรับการเปิดรับสิ่งดี ๆ เข้ามาสู่ชีวิต
ความเป็นจริงในชีวิตของมนุษย์ก็คือ เราไม่สามารถหลีกหนีสิ่งเลวร้ายที่คอยเข้ามาก่อความทุกข์ระทมในหัวใจไปได้ แต่ในขณะเดียวกันธรรมชาติก็ได้สร้างสรรค์สิ่งสวยงามมากมายขึ้นเพื่อเป็นพลังให้เราก้าวไปสู่วันใหม่
หากเรามัวแต่หนีความจริง ไม่กล้าเผชิญปัญหาและโรคภัยไข้เจ็บเมื่อเราเกิดความท้อแท้ เราก็จะท้อแท้อยู่อย่างนั้น จิตใจเราก็จะกังวลตลอดเวลา รวมทั้งยังปิดกั้นที่จะยอมรับสิ่งดี ๆ ที่มีอยู่รอบตัวเรา และแม้ว่าจะมีผู้คนยื่นมือมาช่วยเหลือมากมายมาย แต่ถ้าเราสิ้นหวังเราก็จะปฏิเสธความหวังดีและไม่มีเยื่อใยต่อสิ่งดี ๆ ที่เกิดขึ้นตรงหน้าเรา เพราะความเศร้าหมองจะบดบังทุกสิ่งทุกอย่าง เหมือนเวลาที่เราร้องไห้ น้ำตาจะทำให้นัยน์ตาเราพร่าเลือนมองอะไรก็มัวไปหมด (ข้อความจากในหนังสือ)
เลือกที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปอย่างมีความสุขและมีคุณค่า?
เลือกที่จะหนีความจริง โดยการปิดตาปิดใจของตนและจมปลักอยู่กับความทุกข์ รวมไปถึงการจบชีวิตตัวเองลงอย่างน่าเศร้า?
คุณเลือกได้ครับ
.
.
ในฐานะผู้อ่าน...ผมรู้สึกได้ถึงอารมณ์อันหลากหลายที่ได้รับ ทั้งทุกข์เศร้าจนน้ำตาซึม และสุขล้นจนอดอมยิ้มไว้ไม่ได้ ขอบคุณสำหรับข้อเขียนดี ๆ ครับ
ในฐานะคนทั่วไปที่ชีวิตยังเดินต่อไป...ผมรู้สึกอิ่มใจอย่างบอกไม่ถูกหลังจากอ่านหนังสือเล่มนี้จบ ขอบคุณสำหรับกำลังใจในชีวิตครับ
ในฐานะนักศึกษาแพทย์...ผมรู้สึกได้ถึงภาระหน้าที่รับผิดชอบอันยิ่งใหญ่ที่ผมจะได้ประสบในอนาคต แต่กระนั้นจิตใจของผมก็มิได้หวั่นเกรง แต่กลับภูมิใจที่ผมกำลังจะได้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ชีวิตของผู้คนดีขึ้น แม้เพียงเล็กน้อยก็ยังดี ขอบคุณสำหรับข้อคิด และสาระความรู้ครับ
ในฐานะเพื่อน...ขออำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิใด ๆ ในสากลโลกที่คุณขวัญนับถือดลบันดาลให้คุณขวัญ และครอบครัวประสบกับความสุขความเจริญตลอดไป
ขอบคุณที่ทำให้ผมได้เปิดมุมมองใหม่ ๆ ต่อโลกใบนี้ครับ
นางสาวธาลัสซีเมีย เขียนโดยกนกวรรณ ศิลป์สุข ผลิตโดยบริษัทรักลูกแฟมิลี่กรุ๊ปจำกัด พิมพ์คร้งแรก มิถุนายน 2549
ปล. บล็อคคนเขียน







อ่านบทความนี้นึกถึงตอน เรียน ม.ปลาย T T
แล้ว ตรงนี้
"เมื่อได้เรียนแพทย์ ผมยิ่งได้รับรู้ถึงความมหัศจรรย์ของตัวเรา มนุษย์มีกระบวนการป้องกันตัวจากอันตรายภายนอกอย่างมีประสิทธิภาพ เรามีมันสมองอันชาญฉลาด กระบวนการคิดอันเลอเลิศ อีกทั้งยังมีวิธีการส่งผ่านสิ่งดี ๆ สู่รุ่นลูกรุ่นหลานต่อไป"
แล้วผมจะส่งอะไรไปให้ลูกหลานได้บ้างเนี่ย นอกจากพลัง L T T
#1 By bank-Ultima on 2006-07-15 20:47